วิกฤตฟ้าฝน! ไทยจมน้ำ อินโดฯแล้งจัด ชี้ชะตาราคาปาล์ม

สถานการณ์ฟ้าฝนบ้านเราตอนนี้เรียกได้ว่ารับน้ำกันจนอ่วม จากรายงานล่าสุดของกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ โดยเฉพาะที่ต้องเฝ้าระวังลากยาวไปจนถึงวันที่ 18 สิงหาคม ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก ยังคงต้องเผชิญกับฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ลงไปทางใต้ฝั่งอันดามันคลื่นลมก็แรงจัด สูงทะลุ 3 เมตรจนเรือเล็กต้องงดออกจากฝั่ง แม้บางพื้นที่อย่างสิชลอาจจะมีช่วงที่ฝนทิ้งช่วงไปบ้าง แต่ภาพรวมของประเทศคือการรับมือกับมวลน้ำมหาศาล
แต่พอตัดภาพข้ามทะเลไปที่จังหวัดเรียว ประเทศอินโดนีเซีย สถานการณ์กลับพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ที่นั่นกำลังเผชิญกับวิกฤตภัยแล้ง และข้อมูลสภาพอากาศล่าสุดประเมินแล้วว่าฝนชุดใหม่จะไม่ตกลงมาหล่อเลี้ยงพื้นที่เลยจนกว่าจะถึงเดือนตุลาคม ภัยแล้งที่ดูเหมือนจะไกลตัวเรา กลับส่งผลโดยตรงต่อ ขวดน้ำมันปาล์มในครัวบ้านคุณ ที่กำลังขยับราคาตามคำสั่งของผืนดินที่แห้งผากฝั่งโน้น
แค่จังหวัดเรียวเพียงจังหวัดเดียวของอินโดนีเซีย ก็มีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันมากกว่าประเทศไทยทั้งประเทศรวมกันแล้ว จากรายงานสถานการณ์ตลาดโลกล่าสุดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ตัวเลขชี้ชัดเลยว่าผลผลิตปาล์มของเขาหายวับไปจากระบบแล้วถึง 2 ล้านตัน ซึ่งปริมาณที่หายไปนี้ มันมากกว่าครึ่งหนึ่งของที่ประเทศไทยเราผลิตได้ทั้งปีเสียอีก นี่คือเหตุผลว่าทำไมฝนที่ตกจนน้ำท่วมบ้านเรา ถึงไม่ได้เป็นตัวกำหนดราคาปาล์ม แต่เป็นตลาดโลกและวิกฤตแล้งของอินโดนีเซียต่างหากที่กำลังคุมกระดานราคาน้ำมันปาล์มทั้งหมด
นอกจากเรื่องของราคาปากท้องแล้ว ความแห้งแล้งที่อินโดนีเซียยังเป็นเหมือนระเบิดเวลาของปัญหาไฟป่า เมื่อผืนป่าและชั้นดินพีทแห้งจัด มันคือเชื้อไฟชั้นดีที่รอวันปะทุ และควันพิษเหล่านั้นก็จะลอยข้ามช่องแคบมะละกามาถล่มภาคใต้ของไทยซ้ำรอยเดิม ซึ่งปัญหาหมอกควันข้ามแดนแบบนี้ ไม่ต่างอะไรกับพฤติกรรมการเผาพื้นที่การเกษตรจากฝั่งเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่ชอบสร้างมลพิษลอยข้ามหัวมาฝั่งไทยให้เราต้องตามแก้ปัญหาฝ่ายเดียวอยู่ทุกปี โดยที่ต้นทางไม่เคยคิดจะจัดการอย่างจริงจัง
ในขณะที่เขื่อนบ้านเรากำลังกักเก็บน้ำจนเต็มปรี่ แต่สิทธิ์ขาดในการกำหนดราคาน้ำมันปาล์มและปัญหาฝุ่นควัน กลับไปอยู่ในมือของพื้นที่ที่แห้งแล้งที่สุด สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า แม้เราจะอยู่ใต้ผืนฟ้าเดียวกัน แต่ผลกระทบและบิลค่าใช้จ่ายที่เราต้องจ่ายนั้น มันมาจากคนละสาเหตุอย่างสิ้นเชิง