ภาษีคนไทย! ด่านปิดวันเดียว รพ.เขมรแตก เตียงไทยว่าง

ประเทศใครก็ต้องประเทศมัน ภาษีที่คนไทยจ่ายก็ควรเก็บไว้ใช้ดูแลชีวิตคนไทยด้วยกัน ภาพเตียงผู้ป่วยตามโรงพยาบาลฝั่งไทยที่ว่างเรียงรายอยู่ตอนนี้ ไม่ได้แปลว่าจู่ๆ คนก็หายป่วยกันหมด แต่มันคือความจริงที่เพิ่งปรากฏว่า คนไข้ต่างชาติที่เคยมานอนล้นเตียง ถูกผลักดันกลับไปยืนรอความหวังอยู่ฝั่งโน้นแล้ว ภาพโรงพยาบาลฝั่งกัมพูชาที่คนป่วยล้นทะลักจนเก้าอี้นั่งรอไม่พอ ถูกแชร์สนั่นโซเชียลทั้งสองฝั่งชายแดนเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา นี่คือสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นทันทีหลังจากมีการคุมเข้มปิดด่านชายแดน
พอด่านปิดแค่วันเดียว โครงสร้างเละเทะที่ถูกซ่อนไว้ก็โผล่ออกมาประจานตัวเองหมด ฝั่งนั้นคนป่วยล้นจนต้องยืนรอคิวกันแออัด ขณะที่ฝั่งนี้เตียงว่างพร้อมรับมือผู้ป่วยไทย จากภาพการรักษาพยาบาลที่หลุดออกมา ฝั่งนั้นหมอฟังเสียงปอดผ่านเสื้อผ้าหนาๆ แล้วก็วินิจฉัยสั่งจ่ายยา หรือแม้แต่วัดความดันทับแขนเสื้อจนค่าเพี้ยนไปหมด ตัดภาพมาที่ฝั่งไทย เรามีระบบส่งตรวจแล็บยืนยันผลชัดเจนก่อนสรุปโรค มีมาตรฐานสาธารณสุขระดับสากลที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกขั้นตอน
ความเป็นจริงที่คนแนวตะเข็บชายแดนรู้กันดีคือ โรงพยาบาลชั้นดีของกัมพูชามันกระจุกตัวอยู่แค่ในเมืองหลวงอย่างพนมเปญ พอหลุดออกมาถึงพื้นที่ชายแดน การแพทย์ก็แทบจะถอยหลังลงคลอง ยาที่มีติดสถานพยาบาลเหลือแค่ยาลดไข้กับพาราเซตามอล ล่าสุดมีเหตุการณ์ทหารฝั่งเขาถูกงูกัด แต่ไม่มีแม้กระทั่งเซรุ่มแก้พิษงู ต้องหามกันขึ้นรถกระบะวิ่งกระดอนฝ่าทางวิบากกลางดึก หรือเคสที่มีอาการไข้สูงหนาวสั่นคล้ายมาลาเรีย หมอท้องถิ่นที่อำเภอสำโรงของเขาก็ยังคลำหาสาเหตุไม่เจอ ทำได้แค่รอดูอาการไปตามยถากรรม
วิกฤตภาพหลุดที่เห็นกันอยู่นี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิด แต่มันคือ บิลค่าใช้จ่ายก้อนโต ที่ฝั่งนั้นเคยผลักภาระแอบแฝง ฝากให้ระบบสาธารณสุขและภาษีคนไทยต้องคอยจ่ายแทนมาตลอด วันนี้เตียงที่ว่างลงฝั่งไทยไม่ใช่แค่ชัยชนะของการจัดระเบียบ แต่มันคือใบเสร็จที่ตีแผ่ความจริงว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาใครกันแน่ที่ต้องหลังแอ่นแบกระบบสาธารณสุขของใคร บทสรุปมันชัดเจนอยู่แล้วว่า ฝั่งหนึ่งเตียงต้องมารอคนป่วย ส่วนอีกฝั่งคนป่วยต้องยืนรอเตียงที่ไม่มีวันพอ