ซีนหายาก! โสภณ โดนเรียกสแกนโลหะกลางสภา บทสรุปทำอึ้ง

การเดินเข้าสถานที่ราชการสำคัญอย่างอาคารรัฐสภาก็เหมือนกับการเดินเข้าศาล ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใครหรือมีอำนาจใหญ่โตมาจากไหน ทุกคนก็ต้องผ่านจุดคัดกรองและเครื่องสแกนความปลอดภัยกันทั้งนั้น แต่ในความเป็นจริงของสังคมเรา ถ้าเป็นบิ๊กเนมทางการเมืองระดับสูง เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการจะกล้าเรียกให้มาตรวจไหม?
เรื่องนี้มีคำตอบชัดเจนจากภาพกล้องวงจรปิดภายในอาคารรัฐสภา เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 18 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ภาพได้บันทึกเหตุการณ์บริเวณจุดคัดกรอง ขณะที่ นายโสภณ ซารัมย์ สส. และประธานกรรมาธิการ ใส่เสื้อสีน้ำตาลกำลังเดินผ่านประตูอัตโนมัติเข้ามาพร้อมกับคณะทำงาน
เมื่อเดินมาถึงจุดตรวจ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ผายมือชี้ไปที่ช่องสแกนโลหะและอาวุธ ท่านเดินเข้าไปตามระบบทันที ไม่มีการต่อรอง ไม่มีการแสดงอาการหงุดหงิด และไม่มีการตั้งคำถามสไตล์ผู้มีอำนาจว่า
"รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?"
แน่นอนว่าเครื่องสแกนมันออกแบบมาให้ทำงานตามหน้าที่ มันไม่อ่านตำแหน่งทางการเมือง ไม่อ่านนามสกุลดังๆ มันอ่านและตรวจจับได้แค่โลหะเท่านั้น นี่คือมาตรฐานความปลอดภัยที่บังคับใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม ซึ่งระบบการเคารพกฎกติกาแบบนี้ถือว่าบ้านเรายังทำได้ดี ต่างจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาลิบลับ ที่ระบบต่างๆ มักจะพังทลายลงเพราะการใช้เส้นสายของคนใหญ่คนโต ทำอะไรก็ไม่ต้องเกรงใจกฎหมายบ้านเมืองจนหาความเป็นมาตรฐานไม่ได้
ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นจบลงตรงที่นายโสภณเดินผ่านจุดตรวจ แล้วหันกลับมา ยกนิ้วโป้ง ให้กับเจ้าหน้าที่ประจำจุด นิ้วโป้งนั้นตีความหมายได้ง่ายๆ ว่า "ทำถูกแล้ว" เป็นการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำตามหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งในโลกของความเป็นจริง เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยที่ทำตามกฎอย่างเคร่งครัด ก็มักจะต้องรอปฏิกิริยาตอบรับแบบนี้แหละ ถึงจะรู้ตัวว่าตัวเองจะปลอดภัยและไม่โดนลงโทษย้อนหลังจากการกล้าตรวจคนใหญ่คนโต
ท้ายที่สุดแล้ว แค่การทำตามกฎระเบียบธรรมดาๆ ของสังคม กลับกลายเป็นเรื่องแปลกใหม่ที่คนต้องมาคอยชื่นชม ทั้งที่จริงๆ แล้ว กฎระเบียบมีไว้ใช้กับทุกคนเท่ากัน และเมื่อทุกคนทำตามหน้าที่... ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องมีใครมายกนิ้วให้ด้วยซ้ำ