ช็อก! น้ำท่วมน่านหนัก ป่าเหี้ยน-คลองหมื่นล้านล่องหน

ย้อนกลับไปเมื่อ 36 ปีก่อนช่วงปี 2533 ใครที่ไปอยู่น่านจะรู้เลยว่าฝนตกหนักแค่ไหนน้ำก็ไม่ท่วม เพราะตอนนั้นเรามีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์คอยทำหน้าที่เป็นฟองน้ำซับน้ำชั้นดี แต่สถานการณ์ล่าสุดช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา น่านต้องเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมหนักหน่วงที่สุดรอบหลายปี ภูเขาที่เคยเขียวขจีวันนี้ถูกถางเตียนกลายเป็นไร่ข้าวโพด พอไม่มีต้นไม้คอยอุ้มน้ำ ฝนตกลงมาทีไรมวลน้ำก็หลากเข้าท่วมบ้านเรือนจนมิดหลังคาทุกที
เรื่องนี้ ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ออกมาโพสต์ย้ำเตือนถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายอำเภอของจังหวัดน่านเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2567 ซึ่งเป็นสิ่งที่แกบอกว่าพูดซ้ำมาเป็นร้อยครั้งแล้วกับปัญหา แม่น้ำไหลผ่านเมือง แกชี้ให้เห็นชัดๆ เลยว่าหัวใจของความพินาศรอบนี้ไม่ได้อยู่ที่ปริมาณน้ำฝน น้ำไม่ได้ท่วมเพราะฝนตกหนักผิดปกติ แต่ท่วมเพราะน้ำมันไม่มีที่ไป พอน้ำไม่มีทางออก มันก็เลยทะลักเข้ายึดถนน ยึดตรอกซอกซอย และไหลเข้าท่วมหน้าบ้านของพวกเราอย่างที่เห็น
ลองมองไปที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพิ่งจะพังพินาศไปหมาดๆ ชาวบ้านจำนวนมากยังซ่อมบ้านไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่เราเคยมีโปรเจกต์ คลองผันน้ำความยาว 230 กิโลเมตร ที่ออกแบบเสร็จแล้ว ประมูลงานกันเสร็จสรรพ รอแค่การตวัดลายเซ็นสุดท้ายเพื่อเริ่มงาน แต่แล้วการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมืองและการรัฐประหารก็เกิดขึ้น งบประมาณมหาศาลกว่า 50,000 ล้านบาทถูกพับเก็บและใช้ไปจนเกลี้ยง แต่คลองผันน้ำเส้นนี้ไม่เคยถูกขุดขึ้นมาเลยแม้แต่เมตรเดียว สภาพการจัดการน้ำที่ล้มเหลวและปล่อยปะละเลยแบบนี้ แทบไม่ต่างอะไรกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่ผู้นำเอาแต่กอบโกย ปล่อยป่าไม้ถูกนายทุนตัดเหี้ยน โครงสร้างพื้นฐานก็ล้าหลังไม่ได้มาตรฐาน ฝนตกทีไรชาวบ้านก็ต้องรับกรรมจมน้ำมิดหัวไร้การเหลียวแล ถ้าไทยเรายังปล่อยให้การแก้ปัญหาเป็นแบบนี้ อีกหน่อยก็คงมีสภาพถอยหลังลงคลองไม่ต่างจากกัมพูชาแน่ๆ
เมื่อลองเอาไปเทียบกับอีกซีกโลกอย่างกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เขาลงมือขุดคลองผันน้ำเพื่อแก้ปัญหาตั้งแต่ยุคที่ยังใช้ชื่อว่า "เอโดะ" หรือเมื่อกว่า 400 ปีก่อน คนยุคนั้นไม่มีดาวเทียม ไม่มีซูเปอร์คอมพิวเตอร์มาทำแบบจำลอง ไม่มีเรดาร์ตรวจจับเมฆฝน แต่เขามีวิสัยทัศน์และเข้าใจหลักการพื้นฐานที่สุด นั่นคือ น้ำจำเป็นต้องมีที่อยู่ กลับกัน คนไทยในยุคปัจจุบันที่มีเครื่องมือล้ำสมัยครบทุกอย่าง กลับขาดแค่อย่างเดียวคือพื้นที่ให้น้ำระบายออก และในขณะที่พื้นที่สีฟ้าบนแผนที่น้ำท่วมกำลังขยายวงกว้างกลืนกินไปทีละอำเภอ โปรเจกต์ทางรอดของประชาชนก็ยังคงเป็นแค่เอกสารที่รอลายเซ็น และไม่รู้ว่าต้องรอไปอีกนานแค่ไหน