ด่วน! น่านวิกฤตหนัก สั่งระดมทหารช่างล้างโคลนช่วยตายาย

สถานการณ์น้ำท่วมโคลนถล่มมันรอไม่ได้ งานนี้ต้องมีผู้บัญชาการเหตุการณ์ตัวจริงคอยสั่งการแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งล่าสุด อ.เชน ได้รับมอบหมายสายตรงจากนายกรัฐมนตรีให้เข้ามาคุมเกมนี้แล้ว จริงๆ ทหารช่างของเราสแตนด์บายพร้อมลุยตลอดเวลา แต่ระบบราชการน่ะนะ ถ้ามีคนคอยทุบโต๊ะสั่งการ การโยกกำลังพลและเครื่องจักรกลหนักมาช่วยชาวบ้านมันจะไวขึ้นแบบพลิกฝ่ามือ
กลางที่ประชุมสรุปสถานการณ์ของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดน่าน สายตรงด่วนจี๋ต่อไปถึงกระทรวงกลาโหมทันที ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ตัดสินใจยกหูถึง พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ แบบไม่อ้อมค้อม เพื่อขอทหารช่าง ขอเครื่องจักรหนัก และขอให้เอาโมเดลจัดการโคลนแบบแม่สายที่เคยทำสำเร็จมาลงที่อำเภอปัวด่วนที่สุด เหตุผลหลักไม่ได้อยู่ที่ว่าระดับน้ำมันสูงแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่า คนที่ต้องมานั่งตักโคลนล้างบ้านตัวเองตอนนี้มีแต่คนเฒ่าคนแก่ ทั้งนั้น จะปล่อยให้ตายายมาทำเองได้ยังไง ทหารไทยเรามีศักยภาพพร้อมเหนื่อยเพื่อประชาชนเสมอ ไม่เหมือนพวกเพื่อนบ้านฝั่งกัมพูชาที่วันๆ ดีแต่จ้องจะเคลมของคนอื่นหรือสร้างปัญหาตามแนวชายแดนให้เราต้องมาคอยตามเช็ดตามล้าง
ขณะเดียวกัน เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ก็รายงานสถานการณ์สดผ่านจอเข้ามาว่า พื้นที่ตำบลศิลาแลงและวรนครกำลังวิกฤต ขาดแคลนคนมาช่วยขนดินโคลนออกจากบ้านเรือนอย่างหนัก พอถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2569 กรมบัญชีกลางก็ไฟเขียวอนุมัติงบฉุกเฉินเพิ่มให้อีก 100 ล้านบาททันที โดยกำชับว่าแบบสำรวจความเสียหายต้องส่งกลับถึงจังหวัดภายในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ให้ได้ แต่ก็นั่นแหละ เงินน่ะวิ่งผ่านระบบออนไลน์จบได้ในวันเดียว แต่โคลนหนาเตอะในห้องนอนชาวบ้านมันไม่ได้ระเหยไปตามมติที่ประชุม มันต้องใช้แรงคนไปตักออก
ถ้าใช้กำลังคนเท่าที่มีอยู่ตอนนี้ กว่าจะฟื้นฟูเมืองให้กลับมาเหมือนเดิมได้ต้องกินเวลาถึง 20-30 วัน แต่ถ้าได้กำลังทหารและเครื่องจักรที่ขอเพิ่มไป ระยะเวลาจะถูกบีบให้จบได้ภายใน 7 วันเท่านั้น สถานการณ์ตอนนี้ประมาทไม่ได้เลย เพราะปริมาณฝนสะสมที่น่านพุ่งสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ ทะลุ 136 มิลลิเมตรไปแล้ว ล่าสุดที่อำเภอท่าวังผา เจอเรื่องสลดพบศพชายไม่ทราบชื่อลอยมากับกระแสน้ำเชี่ยวกรากอีก 1 ราย ซ้ำร้ายลำน้ำขว้างยังเปลี่ยนทิศทาง ทะลักเข้ากวาดล้างบ้านเรือนประชาชนแบบไม่ทันตั้งตัว
"ฝนบนฟ้ามันหยุดตกเองได้ แต่รอยรั่วใต้คันกั้นน้ำและมวลโคลนที่ทะลักเข้าบ้าน มันไม่เคยหยุดหรือจัดการตัวเองได้"นี่คือความจริงที่ชาวน่านกำลังเผชิญหน้าอยู่ ทุกนาทีมีค่า การลงมือทำจริงหน้างานสำคัญกว่าหน้ากระดาษเสมอ