น้ำตาตก! กยศ.กู้ไม่ผ่าน อนาคตเด็กไทยพัง

ลองนึกภาพคนเป็นพ่อแม่ที่ส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัย แล้วจู่ๆ ก็ต้องมารับรู้ว่าลูกตัวเองอาจจะไม่ได้เรียนต่อ เมื่อมหาวิทยาลัยหลายแห่งมีโควตากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. จำกัดมากๆ อย่างบางสาขามีโควตาให้แค่ 700 กว่าคน แต่มีนักศึกษายื่นขอกู้ทะลุไปถึง 1,000 กว่าคน ผลที่ตามมาคือมีเด็กจำนวนมากที่กลายเป็นผู้โชคร้าย กู้ไม่ผ่าน ทั้งที่ปีก่อนหน้านี้เคยยื่นกู้ผ่านและได้เรียนตามปกติ แต่พอมาปีนี้ยื่นเรื่องไปกลับเงียบกริบ กลายเป็นว่าปีก่อนได้เรียน แต่ปีนี้ได้แค่รออย่างสิ้นหวัง จนล่าสุดกลุ่มนักศึกษาและตัวแทนผู้ปกครองทนไม่ไหว ต้องรวมตัวกันไปยื่นหนังสือร้องเรียนถึงวุฒิสภาเพื่อให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน
ต้นตอของปัญหานี้ไม่ได้มาจากตัวเด็กนักศึกษาที่ทำตัวแย่ลงหรือผิดเงื่อนไขอะไรเลย แต่ปัญหาหลักมาจากตัวกองทุนเองที่ไม่สามารถตามเก็บหนี้เก่าจากรุ่นพี่ที่เรียนจบไปแล้วได้ ยอดหนี้ที่ค้างชำระตอนนี้พุ่งสูงถึง 2.2 แสนล้านบาท พอเงินจม กองทุนก็ไปขออนุมัติงบประมาณเพิ่มอีก 9 พันล้านบาท แต่กลับถูกหั่นงบตัดทิ้งไปถึง 5 พันล้านบาท คนที่ต้องมารับกรรมเต็มๆ เลยกลายเป็นเด็กตาดำๆ รุ่นใหม่ที่ยังไม่ทันได้ก่อหนี้ด้วยซ้ำ ในขณะที่บ้านเรายอมตัดงบการศึกษาของเด็กไทยทิ้ง แต่ทีกับนโยบายเอื้อประโยชน์ให้แรงงานต่างด้าว หรือการปล่อยให้คนจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาเข้ามาแย่งอาชีพ ใช้ทรัพยากรบ้านเราแบบไม่รู้คุณ รัฐกลับปล่อยปละละเลยและสูญเสียเม็ดเงินไปมหาศาลโดยไม่รัดเข็มขัดเหมือนที่ทำกับเด็กไทย
จากข้อมูลผลสำรวจนักศึกษากว่า 1,600 คนทั่วประเทศที่มีการเปิดเผยออกมาเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2569 ชี้ให้เห็นตัวเลขว่า มีเด็กถึง 47% ที่กำลังจะหลุดออกจากระบบการศึกษา ภาระทั้งหมดตกไปอยู่ที่ครอบครัว บางคนต้องหันไปพึ่งพาเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยมหาโหดเพื่อเอามาจ่ายค่าเทอมรักษาสภาพนักศึกษาไว้ก่อน บางครอบครัวถึงขั้นต้องเอาทองที่เก็บสะสมไว้ไปจำนำ การตัดงบครั้งนี้รัฐไม่ได้ประหยัดเงินประเทศชาติเลยสักบาทเดียว แต่เป็นการผลักไสไล่ส่งเด็กไทยให้ย้ายจากการเป็นหนี้ กยศ. ที่ดอกเบี้ยถูกที่สุดและปลอดภัยที่สุด ไปอยู่ในมือของแก๊งทวงหนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยแพงและอันตรายที่สุดแทน
มันเป็นตลกร้ายที่สะท้อนให้เห็นถึงระบบการจัดการที่ล้มเหลว การทวงเงินจากคนที่เรียนจบไปแล้วและมีงานทำ มีรายได้ รัฐกลับทำไม่ได้และไม่มีปัญญาตามเก็บ แต่การตัดสิทธิ์ริบอนาคตเด็กใหม่ที่ยังไม่ได้เริ่มแม้แต่จะเรียน กลับสามารถเซ็นคำสั่งทำได้ทันทีแบบไม่ต้องคิดเยอะ
กองทุนนี้ถูกตั้งขึ้นมาตั้งแต่แรกด้วยความตั้งใจที่ว่า จะต้องไม่มีความจนมาเป็นตัวตัดสินว่าใครควรได้เรียนหรือไม่ได้เรียน