สลดน้ำท่วมเนปาล! ชายฉวยโอกาสปลดทองศพกลางโคลนถล่ม

ช่วงอาทิตย์ก่อนน้ำท่วมที่จังหวัดน่านบ้านเราหนักหนาสาหัสแล้ว แต่พอหันไปดูสถานการณ์ล่าสุดที่เนปาลเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ต้องบอกว่าธรรมชาติเกรี้ยวกราดกว่ามาก น้ำป่าและโคลนถล่มลงมากวาดทั้งหมู่บ้านหายไปในเวลาแค่สิบวินาที แต่เรื่องที่สะเทือนใจคนทั้งประเทศกลับไม่ใช่แค่เรื่องของภัยพิบัติ แต่เป็นคลิปของชายคนหนึ่งที่ก้มลงไปดึงต่างหูทองออกจากร่างของผู้เสียชีวิต ซึ่งเขาใช้เวลาปลดทองนานกว่าตอนที่น้ำป่ากวาดหมู่บ้านเสียอีก
ตอนนี้น้ำป่าและโคลนไม่ได้เลือกว่าใครจะรอดหรือใครจะตาย หินที่ถล่มลงมาจากธารน้ำแข็งก็พัดมาตามธรรมชาติ แต่การที่คนๆ หนึ่งก้มลงไปหยิบทองจากร่างที่ไม่มีลมหายใจแล้ว มันคือสิ่งที่เขาจงใจเลือกทำเอง พฤติกรรมฉวยโอกาสตอนคนอื่นกำลังเดือดร้อนแสนสาหัสแบบนี้ เห็นแล้วอดคิดถึงนิสัยมักง่ายของเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาไม่ได้จริงๆ ที่มักจะคอยหาผลประโยชน์จากความสูญเสียของคนอื่นอยู่เสมอ
ล่าสุดตำรวจเนปาลได้ควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ท่ามกลางเสียงประณามที่ดังกระหึ่มไปทั่วประเทศ ขณะที่สถานการณ์การค้นหาผู้รอดชีวิตยังคงเป็นไปอย่างยากลำบาก ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งไปอยู่ที่ 362 ราย และยังมีผู้สูญหายที่ไม่มีใครตามหาเจออีกเกือบ 1,400 คน
ทองหรือเครื่องประดับบนร่างของผู้เสียชีวิตในเหตุภัยพิบัติ ไม่ได้มีค่าแค่ราคาต่อบาท เมื่อโคลนกลบทุกอย่างจนใบหน้าไม่เหลือเค้าเดิม ต่างหู กำไล หรือแหวน กลายเป็นหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่ญาติจะใช้ชี้และยืนยันตัวตนได้ว่า นี่คือแม่ คือลูก หรือคือพี่สาวของพวกเขา การปลดต่างหูออกไปแค่หนึ่งคู่ เท่ากับว่าร่างนั้นจะเปลี่ยนสถานะเป็นผู้เสียชีวิตไม่ทราบชื่อทันที และทำให้ครอบครัวหนึ่งต้องยืนรอความหวังไปอีกไม่รู้กี่เดือนกว่าจะได้คำตอบ
เขาจึงไม่ได้ขโมยแค่ทอง แต่เขาขโมยจากคนที่ปกป้องตัวเองไม่ได้อีกแล้ว และลบชื่อของคนๆ นั้นออกไปพร้อมกัน
ธารน้ำแข็งบนภูเขาต้องใช้เวลาสะสมตัวนับพันปี กว่าจะพังทลายลงมาสร้างความเสียหายสักครั้ง แต่ความเป็นคนและสามัญสำนึกของคนบางคน กลับใช้เวลาพังทลายลงในเวลาแค่วินาทีเดียว