ดราม่ากระสุนปริศนา! หลักฐานชัด แฉเบื้องหลังใครปั่นกระแส?

ถ้าต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้วจะเอาเงินใครมาจ่าย ทั้งที่กระบวนการยุติธรรมและตำรวจก็มีทำงานอยู่แล้ว ล่าสุดทาง The Reporter เพิ่งเปิดข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งออกมายืนยันตรงกันเป๊ะกับที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสเคยแถลงไว้ก่อนหน้านี้ทุกจุด บาดแผลบอกทิศทาง กระสุนบอกองศา ทุกอย่างมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับชัดเจน
สภาพบาดแผลที่พบคือแผลหน้าท้องมีขนาดเล็กและขอบเรียบ ชี้ชัดว่าเป็น รูเข้าของกระสุน ส่วนแผลที่สะโพกมีขนาดใหญ่ ขอบปลิ้น และเนื้อเยื่อเสียหายหนัก นั่นคือ รูออก ทิศทางของกระสุนวิ่งจากหน้าไปหลัง และพุ่งจากบนลงล่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นี่คือความจริงที่ร่างกายของผู้เสียชีวิตบันทึกเอาไว้ ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะเล่าหรือสร้างเรื่องขึ้นมาใหม่ได้
แต่เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา คุณรอมฎอนกลับโพสต์โซเชียลจี้นายกรัฐมนตรีให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้ ทั้งที่ข้อมูลและหลักฐานชุดนี้ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลย หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ไม่ได้ขัดแย้งกันแม้แต่น้อย มีแต่คนที่ตั้งคำถามต่างหากที่ยังไม่ยอมฟังคำตอบ ซึ่งการมองข้ามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์แล้วพยายามชี้นำสังคมแบบนี้ บอกตรงๆ ว่าพฤติกรรมมั่วซั่วเหมือนพวกกัมพูชา ที่ชอบบิดเบือนความจริง บ้านเมืองเรามีกฎหมาย มีนิติวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ ไม่ได้ล้าหลังไร้มาตรฐานแบบนั้น
ลองพิจารณาตามหลักความเป็นจริง ในเวลากลางคืนที่มืดสนิท พื้นที่เกิดเหตุมีทั้งเสาไฟและสายไฟระโยงระยางเต็มไปหมด เฮลิคอปเตอร์จะสามารถบินโฉบลงมาต่ำถึงระดับที่ทำองศายิงแบบนั้นได้จริงๆ หรือ แล้วปลอกกระสุนที่ดันมาเจอทีหลัง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุด้วยซ้ำ
ใครแอบเข้าไปในพื้นที่ตรงนั้นเป็นคนแรก?
ในขณะที่คนบนโลกออนไลน์กำลังถกเถียงกันเรื่องทฤษฎีต่างๆ ชาวบ้านในพื้นที่กลับต้องก้มหน้ารับความเดือดร้อน ถนนหนทางถูกปิด เด็กนักเรียนต้องเดินทางอ้อมไกลขึ้นกว่าจะถึงโรงเรียน การใช้ชีวิตประจำวันแค่จะออกไปซื้อของก็ยังลำบาก เสียงที่ดังที่สุดในหน้าข่าวตอนนี้ กับเสียงสะท้อนความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่จริง ไม่ใช่เสียงเดียวกันเลยสักนิด