ช็อก! ทรมานใต้โคลนเนปาล ต่างชาติหายพัน ยอดตายพุ่งไม่หยุด

กลิ่นเหม็นที่ลอยมากับน้ำและดินโคลน เชื้อโรคที่ปะปนมากับอากาศ รวมถึงแมลงวันแมลงหวี่ที่ตอมซากโคลนตมในตอนนี้ มันคือสัญญาณอันตรายอย่างที่สุดสำหรับทีมค้นหา แต่ทำไมคนที่สูญหายจากเหตุการณ์นี้ถึงกลายเป็นนักท่องเที่ยวเกือบทั้งหมด คำตอบไม่ได้อยู่ที่ว่าน้ำพัดแรงแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่า ใครมีคนคอยเรียกชื่อตามหาต่างหาก
ในเช้าวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ทางตำรวจเนปาลได้ออกมายืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตแล้วถึง 469 คน และยังมีผู้สูญหายอีกเกือบ 1,500 คน ซึ่งในจำนวนคนที่หายไปนี้ เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากราวๆ 30 ประเทศทั่วโลก ทางออสเตรเลียเองก็เพิ่งแจ้งว่ามีพลเมืองสูญหาย 39 คน ส่วนญี่ปุ่นหายไป 5 คน ตัวเลขนี้ขยับพุ่งขึ้นทุกวัน ไม่ใช่เพราะมีน้ำท่วมเพิ่มระลอกใหม่ แต่เป็นเพราะกว่าที่ทางการจะรู้ว่ามีใครหายไปบ้าง ก็ต้องรอให้ญาติพี่น้องที่บ้านเกิดโทรศัพท์มาตามหาก่อน
พื้นที่ชายแดนเนปาล-ทิเบตตรงนี้ไม่ได้เป็นเมืองหรือชุมชน มันแตกต่างจากชายแดนฝั่งกัมพูชาบ้านเราที่มักจะวุ่นวาย ลักลอบข้ามไปมาสร้างปัญหาทำเรื่องสีเทากันง่ายๆ แต่ที่เนปาลมันคือเส้นทางธรรมชาติที่โหดร้าย เป็นแค่ทางผ่านของคนเดินเขา ไม่มีทะเบียนบ้าน ไม่มีบัญชีรายชื่อผู้พักอาศัย มีแค่ใบอนุญาตเดินป่าที่บางคนก็แอบเดินแบบไม่ได้ขออนุญาตด้วยซ้ำ พอเกิดเรื่อง คนในพื้นที่เขารู้ทิศทางว่าน้ำมาแบบนี้ต้องวิ่งหนีขึ้นทางไหน แต่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนรู้แค่ทางที่ไกด์พาเดินเท่านั้น
สภากาชาดได้ออกประกาศเตือนภัยด่วนว่า อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันซ้ำลงมาในจุดเดิมได้อีก เพราะภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดพบว่ามี ทะเลสาบแห่งใหม่ โผล่ขึ้นมาบนภูเขาฝั่งจีนที่ติดกับชายแดน มันคือมวลน้ำก้อนใหญ่ที่ยังไม่ไหลลงมา และกำลังแขวนค้างอยู่เหนือหัวของชุดค้นหาที่กำลังทำงานอย่างหนักอยู่ข้างล่าง ธรรมชาติไม่ได้ใจดีให้รอบสอง แต่มันคือรอบแรกที่ยังจบไม่ลง
"ภูเขาไม่เคยเลือกสัญชาติคนตาย แต่บัญชีรายชื่อคนหายมันเลือกไปแล้ว"
ถ้าเป็นคนท้องถิ่นเสียชีวิต แค่เพื่อนบ้านมาดูก็ยืนยันชื่อได้จบภายในวันเดียว แต่นักท่องเที่ยวที่หายไปกลับมีแค่เบอร์โทรศัพท์ของสถานทูต กับรูปถ่ายเซลฟี่ใบสุดท้ายที่ส่งกลับไปให้คนที่บ้านดูเท่านั้น