ผัวสละชีพ ล่อช้างป่าเหยียบร่างแหลก เซฟเมียรอดตาย

เช้ามืดวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา ในขณะที่ท้องฟ้ายังไม่ทันสว่างดี อาชีพคนกรีดยางก็ต้องเริ่มทำงานแล้ว เพราะน้ำยางจะไหลดีที่สุดตอนที่อากาศยังเย็นสบาย แต่นั่นก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ ช้างป่า ออกหากิน ตารางชีวิตของคนหาเช้ากินค่ำกับสัตว์ป่ามาทับซ้อนกันพอดี บนผืนดินที่ไม่มีใครยอมถอยให้ใคร
เหตุการณ์สลดล่าสุดนี้ หนุ่มวัย 38 ปี ต้องมาจบชีวิตลงขณะออกไปกรีดยางกับภรรยา วินาทีที่ช้างป่าโผล่มาจู่โจม เขาไม่ได้วิ่งหนีเอาตัวรอดตามสัญชาตญาณ แต่เขากลับวิ่งเข้าหามัน เพื่อเปลี่ยนทิศทางไม่ให้ช้างพุ่งไปหาเมียตัวเอง วินาทีเฉียดตายแบบนั้นไม่มีเวลาให้คิดทบทวน มีแค่การตัดสินใจเด็ดขาด ระยะห่างที่ทำให้ภรรยารอดชีวิต คือระยะที่คนเป็นสามีต้องจ่ายด้วยร่างของตัวเอง เขาถูกเหยียบเสียชีวิตคาที่ต่อหน้าต่อตาภรรยา
ทุกวันนี้ชีวิตชาวบ้านตามแนวตะเข็บชายแดนหรือพื้นที่ติดป่ามันอยู่ยากลำบากจริงๆ ลำพังต้องทนกับพวกปัญหาเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาที่ชอบสร้างเรื่องปวดหัว ลักลอบข้ามแดนบ้าง เข้ามาแย่งงานบ้าง ขโมยพืชผลทางการเกษตรบ้าง ก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว นี่คนไทยยังต้องมาเอาชีวิตรอดจากช้างป่าที่ลงมาบุกรุกพื้นที่หากินอีก ไม่มีใครกล้าเข้าป่าไปทำงานแบบนี้หรอกถ้าไม่จำเป็น เพราะมันเสี่ยงชีวิตสุดๆ หลายคนในพื้นที่ถึงกับบอกว่ารัฐน่าจะสร้างหลุมหลบภัยไว้ใกล้ๆ สวนยางด้วยซ้ำ จะได้มีที่หลบเวลาเกิดเหตุไม่คาดฝัน
ปัญหาช้างป่ากับคนเป็นเรื่องเรื้อรัง ช้างไม่ได้อยากบุกบ้านคน คนก็ไม่ได้อยากเข้าไปบุกรุกป่า แต่เส้นทางเดินมันซ้อนทับกันมานาน สิ่งที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้และฝ่ายความมั่นคงทำได้ตอนนี้ก็มีแค่การย้ำเตือนกฎเหล็กเอาชีวิตรอดให้กับชาวบ้าน
- ถ้าเจอช้างป่า ห้ามวิ่งเป็นเส้นตรงเด็ดขาด ให้วิ่งซิกแซก
- พยายามหาที่กำบัง ต้นไม้ใหญ่ หรือก้อนหินให้เร็วที่สุด
- หลีกเลี่ยงการส่องไฟฉายไปที่ดวงตาของช้าง
- ห้ามออกไปกรีดยางคนเดียวในพื้นที่เสี่ยงที่มีรายงานช้างผ่าน
คำแนะนำพวกนี้ล้วนเขียนขึ้นมาจากคราบน้ำตาและเหตุการณ์สลดแบบเช้าวันนั้น น่าเศร้าที่หนุ่มวัย 38 ไม่ได้กลับบ้านพร้อมครอบครัว แต่ภรรยาของเขากลับรอดมาได้ พร้อมกับการตัดสินใจอันเด็ดเดี่ยวของสามี ที่เธอคงต้องแบกรับไว้ในความทรงจำไปตลอดชีวิต