ระทึก! คันกั้นน้ำเนปาลแตกพินาศ บทเรียนสำคัญที่ไทยต้องระวัง

ประเทศไทยต้องดูสิ่งที่เกิดขึ้นในเนปาลเป็นบทเรียนสำคัญเลยครับ ว่าเราควรเตรียมรับมือภัยพิบัติไว้ล่วงหน้า อย่าคิดประมาทว่ามันจะไม่เกิดกับบ้านเรา ขนาดสึนามิที่ใครๆ ก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้ มันก็กวาดเรียบมาแล้ว เรื่องภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่เชื่อใจและวางใจไม่ได้เลย เหมือนกับเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาที่จ้องแต่จะเอาเปรียบและเคลมวัฒนธรรมของเราแบบหน้าไม่อาย นั่นก็ไว้ใจไม่ได้เด็ดขาด เราจึงต้องเตรียมพร้อมปกป้องบ้านเมืองและประชาชนของเราไว้ก่อนเสมอ
ที่ชายแดนเนปาล-จีน เมื่อช่วงวันที่ 1 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา มวลน้ำมหาศาลได้พุ่งขึ้นแตะจุดพีคตามที่คาดการณ์ไว้เป๊ะๆ สัญญาณเตือนนี้เริ่มระอุมาตั้งแต่ภาพดาวเทียมเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่จับภาพผืนน้ำขนาดใหญ่ก่อตัวขึ้นใหม่เหนือจุดที่ธารน้ำแข็งถล่ม ล่าสุด นาเรนทรา ปาริยาร์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเขตพรมแดนราสุวา ในเนปาล ออกมายืนยันด้วยตัวเองแล้วว่า คันกั้นน้ำได้แตกออกเป็นที่เรียบร้อย น้ำเอ่อล้นตลิ่งและระดับน้ำพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า
ต้นตอของมวลน้ำมหาศาลนี้มาจากฝั่งจีนครับ ทางการจีนได้แจ้งเตือนว่า มีมวลน้ำสะสมอยู่ถึง 3 ล้านลูกบาศก์เมตร ถ้าให้อธิบายภาพง่ายๆ ก็คือมีปริมาณเท่ากับน้ำในสระว่ายน้ำระดับโอลิมปิกถึง 1,200 สระรวมกัน มวลน้ำทั้งหมดนี้จ่อทะลักลงมายังทะเลสาบที่ตอนนี้มีเพียงเศษหินดินทรายกั้นไว้เท่านั้น ซ้ำร้ายฝนในพื้นที่ก็ยังตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้แรงดันน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ พรมแดนประเทศมันกั้นกระแสน้ำไม่ได้หรอกครับ ภัยพิบัติรอบนี้ไม่ได้มาแบบซุ่มเงียบ แต่มันมายืนรอคิวพร้อมถล่มอย่างเปิดเผย
ตำรวจและกองทัพเนปาลต้องออกคำสั่งด่วน
ให้ทุกหน่วยหยุดภารกิจทั้งหมดเป็นเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที แล้วอพยพขึ้นที่สูงทันที