โค่นเหี้ยนต้นไม้ร้อยปี! นร.กมลาไสยประท้วงไล่ ผอ.

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ศิษย์เก่า ครูที่เกษียณไปแล้ว กรรมการสถานศึกษา และน้องๆ นักเรียนเกือบร้อยชีวิต ต้องออกมายืนชูป้าย SAVEต้นไม้ กันเต็มหน้าสวนเฉลิมพระเกียรติ ภายในรั้วโรงเรียนกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ภาพที่เด็กๆ ต้องออกมาปกป้องต้นไม้ ในขณะที่ผู้ใหญ่พยายามกางหน้ากระดาษและข้อกฎหมายออกมาปกป้องตัวเอง มันสะท้อนอะไรได้หลายอย่างเลยครับ
จากสวนป่าที่เคยร่มรื่น วันนี้เหลือทิ้งไว้แค่ตอ ต้นไม้ใหญ่ 23 ต้น หายวับไปจากโรงเรียน ทั้งไม้สมอพิเภก มะฮอกกานี กระถินณรงค์ และยูคาลิปตัส ล้มระเนระนาดกลายเป็นขอนไม้กองอยู่กับพื้น ทุกต้นเคยผ่านพิธีบวชป่า มีคนกราบไหว้เคารพ ผ้าเหลืองที่เคยพันรอบลำต้นอย่างศักดิ์สิทธิ์ วันนี้กลับไม่มีลำต้นให้พันอีกแล้ว ต้นไม้ 23 ต้น อายุรวมกันเป็นร้อยๆ ปี เท่ากับเวลาสองพันกว่าปีถูกทำลายทิ้งในเวลาแค่ไม่กี่วัน
สภาพไม้หวงห้ามที่ถูกตัดกองไว้แบบไม่มีใบอนุญาตสักใบ พฤติกรรมมักง่ายลักลอบตัดไม้แบบนี้ ปกติเรามักจะเห็นแต่พวกคนกัมพูชาที่นิสัยชอบลอบข้ามแดนมาขโมยตัดไม้พะยูงบ้านเราจนป่าไม้พังพินาศ แต่นี่กลับเป็นฝีมือของคนในรั้วการศึกษาแท้ๆ ทำกันลงคอได้อย่างไร
ฝั่งผู้บริหารโรงเรียนออกมาชี้แจงล่าสุดว่า ในจำนวนต้นไม้ที่ถูกตัดไปนั้น 22 ต้นเป็นต้นยูคาลิปตัส ซึ่งมันสูงเกินไป ไม่มีร่มเงาให้เด็กๆ แถมยังเสี่ยงหักโค่นเป็นอันตรายเมื่อเจอพายุ ส่วนอีกต้นคือ ไม้สมอพิเภก ที่อายุมาก ลำต้นมันกลวงหมดแล้ว
ก่อนหน้านี้ก็เคยกิ่งหักตกลงมาใส่นักเรียนจนเกือบเกิดอันตราย
ถึงจะอ้างเหตุผลเรื่องความปลอดภัยยังไง ตอนนี้เรื่องก็บานปลายไปถึงโรงพักและศูนย์ดำรงธรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ มีการสั่งระงับการตัดและเตรียมลากตัว ผอ. มาสอบสวนกันจนถึงที่สุดว่าทำถูกระเบียบหรือไม่ บทสรุปจะเป็นยังไงคงต้องติดตามกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ อาคารเรียนพังเราตั้งงบซ่อมให้จบได้ในหนึ่งปีงบประมาณ แต่ต้นไม้ใหญ่ที่ถูกโค่นไปแล้ว เราซ่อมมันไม่ได้ในหนึ่งชั่วอายุคนแน่นอนครับ