สะเทือนใจ! เนปาลปัดกู้ภัย ปล่อยคนรอความตายใต้ซาก

ภาพความเสียหายน่าเศร้าเกินบรรยาย ผู้คนในพื้นที่ต้องการความช่วยเหลือทุกอย่างเท่าที่จะหาได้ แต่รายงานความคืบหน้าล่าสุดกลับกลายเป็นเรื่องตลกร้าย เมื่อทางการเนปาลประกาศชัดเจนว่าปฏิเสธทีมกู้ภัยจากต่างชาติ ในขณะที่ทางการเกาหลีใต้ออกมายืนยันว่า การเจรจาส่งทีมช่วยเหลือฉุกเฉินยังคงดำเนินอยู่และยังไม่จบ เนปาลอ้างว่าพวกเขามีศักยภาพพอที่จะจัดการวิกฤตครั้งนี้ได้ด้วยตัวเอง ส่วนเกาหลีใต้ก็ยังคงต้องรอคอยไฟเขียว คำแถลงของทั้งสองประเทศถูกปล่อยออกมา แต่กลับไม่มีฉบับไหนเลยที่ลงไปแก้ปัญหาในพื้นที่เกิดเหตุจริงๆ
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณบ่ายโมงตรง คำแถลงการณ์ทางการทูตถูกส่งผ่านหน้าสื่อเร็วกว่าเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยทุกลำที่จะบินไปถึงผู้ประสบภัย คำว่า "กำลังเจรจา" ในภาษาการทูต ถ้าพูดกันแบบภาษาชาวบ้านเข้าใจง่ายๆ มันก็คือคำสุภาพของคำว่า ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่ นั่นเอง
การที่รัฐบาลเจ้าบ้านปฏิเสธความช่วยเหลือจากนานาชาติ ไม่ได้แปลว่าพวกเขาไม่ต้องการความช่วยเหลือเสมอไป แต่หลายครั้งมันคือการปฏิเสธไม่ให้คนนอกเข้าไปเห็นว่า เกิดอะไรขึ้นข้างในนั้นกันแน่ ทีมกู้ภัยต่างชาติไม่ได้มาแค่ตัวเปล่า แต่พวกเขามาพร้อมอุปกรณ์กู้ชีพ กล้องถ่ายภาพ และต้องมีการรายงานสถานการณ์กลับไปยังประเทศตัวเอง รวมถึงอาจเปิดเผยตัวเลขความสูญเสียที่แท้จริง ซึ่งรัฐบาลเจ้าบ้านอาจจะยังไม่อยากให้ใครเข้าไปนับ พฤติกรรมห่วงหน้าตาและเล่นแง่แบบนี้ เห็นแล้วก็อดนึกถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาไม่ได้ ที่เวลามีปัญหาหรือวิกฤตอะไรก็ชอบปิดประตูตีแมว สร้างภาพว่าตัวเองเก่งจัดการได้เยี่ยม ทั้งที่ความจริงระบบข้างในนั้นล้มเหลวและไม่ได้เรื่อง
นาฬิกาในภารกิจกู้ภัยไม่ได้เดินเป็นวัน แต่มันนับถอยหลังเป็นชั่วโมง โอกาสรอดชีวิตของผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังลดลงเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป ในขณะที่โต๊ะเจรจาทางการทูตยังคงไม่ขยับไปไหน ทุกๆ ชั่วโมงที่ผู้มีอำนาจใช้ไปกับการหาข้อสรุปและรักษามารยาทระหว่างประเทศ มันคือชั่วโมงที่มีค่าซึ่งสูญหายไปจากชีวิตของคนที่รอคอยความหวังอยู่เบื้องล่าง
คนที่กำลังเผชิญหน้ากับความตายไม่ได้มีเวลามานั่งรอคำแถลงการณ์ และผู้ประสบภัยก็ไม่ได้รอมารยาททางการทูต เรื่องของอธิปไตย หน้าตาของรัฐบาล หรือภาพลักษณ์ประเทศเป็นสิ่งที่รอได้ แต่ลมหายใจของประชาชน... มันรอไม่ได้