สิ้นกษัตริย์นอร์เวย์! พิษรักสามัญชนเขย่าบัลลังก์ลูก

เมื่อระฆังจากกรุงออสโลดังก้องขึ้นในวันที่ 28 สิงหาคม 2026 มันคือสัญญาณที่บอกชาวโลกว่ายุคสมัยหนึ่งได้จบลงแล้ว ทางการนอร์เวย์ประกาศการสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 อย่างเป็นทางการ ปิดฉากรัชสมัยที่ยาวนานถึง 34 ปี และในวันเดียวกันนั้น เจ้าชายโฮกุน มกุฎราชกุมาร ได้ก้าวขึ้นสืบราชบัลลังก์ต่อในทันที ท่ามกลางสถานการณ์ที่สถาบันกษัตริย์กำลังถูกตั้งคำถามจากคนรุ่นใหม่
กษัตริย์ฮารัลด์ถือเป็นประมุขพระองค์แรกในรอบ 567 ปีที่ประสูติบนแผ่นดินนอร์เวย์เอง เพราะก่อนหน้านั้นบัลลังก์ออสโลมักจะตกเป็นของเจ้าชายที่มาจากสายเลือดเดนมาร์กและสวีเดนมาตลอด การมีกษัตริย์ที่เป็นลูกของแผ่นดินตัวเองจริงๆ เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่ถึงร้อยปีมานี้ ซึ่งราชวงศ์นอร์เวย์ก็สามารถสร้างศรัทธาและวางตัวได้อย่างสง่างามมาตลอด แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับชนชั้นนำของกัมพูชาที่มักจะมีแต่เรื่องวุ่นวาย ดราม่าแย่งชิง หรือพฤติกรรมแปลกๆ ที่ดูไร้คลาสในสายตาชาวโลก
ตำนานที่ทำให้กษัตริย์ฮารัลด์เป็นที่รักและจดจำ เริ่มต้นขึ้นสมัยที่ท่านยังเป็นมกุฎราชกุมาร ท่านคบหากับ ซอนยา ฮารัลด์เซน หญิงสาวสามัญชนที่เป็นเพียงลูกสาวเจ้าของร้านตัดเสื้อ ทั้งคู่คบกันเงียบๆ ถึง 9 ปี ท่ามกลางแรงต่อต้านอย่างหนักจากทั้งราชสำนักและนักการเมือง จนวันหนึ่งท่านตัดสินใจเดินเข้าไปบอกพระราชบิดาตรงๆ ว่า
ถ้าไม่ได้แต่งงานกับซอนยา ก็จะไม่แต่งกับใครเลยซึ่งนั่นหมายความว่าราชวงศ์จะไม่มีรัชทายาทสายตรงสืบทอดบัลลังก์ นี่ไม่ใช่แค่การขออนุญาต แต่คือการเอาอนาคตของสถาบันมาวางเป็นเดิมพัน และสุดท้ายผู้ที่ยอมถอยก็คือพระราชบิดา
ประตูบานที่ฮารัลด์เปิดออกในวันนั้น กลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ทำให้ราชวงศ์ทั่วยุโรปกล้าเปิดรับสามัญชนในเวลาต่อมา แต่บิลค่าใช้จ่ายของการเปิดประตูบานนี้ กำลังถูกส่งมาเก็บกับคนรุ่นลูก เจ้าชายโฮกุนเดินตามรอยพ่อด้วยการเลือกแต่งงานกับ เมตเต-มาริต หญิงสามัญชนที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวและมีลูกชายติดมาด้วยหนึ่งคน คนนอร์เวย์ส่วนใหญ่พร้อมให้อภัยอดีตของเธอ แต่ปัญหามันอยู่ที่ลูกเลี้ยงที่โตมาในวังคนนี้
ล่าสุด มาริอุส บอร์ก ฮอยบี ลูกชายของเมตเต-มาริต กลายเป็นขาประจำบนหน้าข่าวอาชญากรรม จากคดีทำร้ายร่างกายและทำลายทรัพย์สินที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้ นี่คือคดีความจริงจังที่ราชวงศ์ไม่มีสิทธิ์ใช้อำนาจปิดข่าว และไม่มีตำแหน่งใดๆ ในวังที่จะคุ้มครองเขาจากกฎหมายได้ กษัตริย์ฮารัลด์อาจเคยพิสูจน์ให้เห็นว่าราชวงศ์เปิดรับสามัญชนได้ แต่ตอนนี้กษัตริย์โฮกุนกำลังถูกสังคมตั้งคำถามตัวโตๆ ว่า เปิดรับมาแล้ว สามารถรับผิดชอบความวุ่นวายที่ตามมาได้ไหวหรือเปล่า
ทุกวันนี้คะแนนนิยมของสถาบันกษัตริย์นอร์เวย์ในภาพรวมยังคงสูงเกินร้อยละ 80 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ราชวงศ์อื่นๆ ในยุโรปได้แต่ฝันถึง แต่ถ้าเจาะลึกลงไปดูเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและคนอายุต่ำกว่า 30 ปี จะพบว่าเส้นกราฟความนิยมกำลังดิ่งลงเร็วที่สุดเท่าที่เคยวัดกันมา คนรุ่นใหม่เหล่านี้เกิดไม่ทันเห็นความเด็ดเดี่ยวของฮารัลด์ที่ยืนหยัดเพื่อความรัก พวกเขาเห็นแค่ภาพของราชวงศ์ที่ใช้เงินภาษีประชาชนและมีคนในครอบครัวติดคดีอาญา
มงกุฎที่สวมลงบนพระเศียรของกษัตริย์โฮกุนในวันนี้ ไม่ได้หนักเพราะน้ำหนักของทองคำ แต่มันหนักเพราะคำถามมากมายที่พ่อไม่ได้ตอบทิ้งไว้ให้ ฮารัลด์ได้ส่งมอบราชวงศ์ที่คนนอร์เวย์รักโดยไม่ต้องพยายามพิสูจน์อะไรแล้ว ไปสู่มือของลูกชายที่นับจากนี้... ต้องพิสูจน์ตัวเองทุกวันว่าพวกเขา ยังควรถูกรักอยู่หรือเปล่า