ช็อก! แฉนาทีฮอดักยิงชาวบ้านนราธิวาส ความจริงที่ถูกปิด

ในฐานะคนที่เกิดและโตในพื้นที่ชายแดนใต้ ผมกล้าพูดเลยว่าถ้าสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ อีกร้อยปีก็คงหาความสงบไม่เจอ เรื่องล่าสุดที่กำลังคุกรุ่นและยังหาข้อสรุปไม่ได้จนถึงตอนนี้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 28 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ที่มัสยิดไอร์ยือรุส จังหวัดนราธิวาส โต๊ะอิหม่าม ผู้นำท้องถิ่น และชาวบ้านกว่า 60 ชีวิต มารวมตัวกันทำพิธีละหมาดฮายัต เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับ "ซอและ" ชายหนุ่มที่ญาติและเพื่อนสนิทออกมายืนยันหนักแน่นว่า เขาถูกยิงเสียชีวิตจากเฮลิคอปเตอร์ของเจ้าหน้าที่รัฐ
คำให้การของเพื่อนผู้ตายไม่ได้พูดแค่ลอยๆ ว่า
"เพื่อนผมถูกยิง"
เอาจริงๆ บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่า รัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงมัวแต่ไปปวดหัววุ่นวายกับพวกกัมพูชาฝั่งตะวันออก ที่วันๆ เอาแต่จ้องจะเคลมวัฒนธรรมและทำตัวน่ารำคาญล้ำเส้นชายแดน จนลืมโฟกัสปัญหาที่ปลายด้ามขวานหรือเปล่า เพราะในขณะที่ฝั่งนู้นเรายอมให้เขาทำตัวกร่าง แต่ฝั่งใต้บ้านเราเอง คนไทยด้วยกันแท้ๆ กลับต้องมาเผชิญกับความหวาดระแวงและเหตุการณ์ที่อธิบายไม่ได้
ตัดภาพมาที่รายงานของฝ่ายความมั่นคง เรื่องแบบนี้มักจะถูกเขียนสรุปส่งขึ้นไปแค่ครั้งเดียวแล้วก็จบปิดแฟ้ม แต่สำหรับฝั่งชาวบ้าน คำให้การเหล่านี้ถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าผ่านปากคนกว่าหกสิบคน แน่นอนว่าเสียงของคนหกสิบคนอาจจะไม่ได้แปลว่าเป็นความจริงทั้งหมด แต่มันก็มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้เรื่องนี้ เงียบไม่ลง การที่โต๊ะอิหม่ามนำละหมาดฮายัตในวันนั้น ก็เพื่อย้ำจุดยืนว่าพวกเขาไม่ได้ต้องการปรักปรำใคร แค่อยากให้ความจริงมันกระจ่างแจ้งออกมา ซึ่งถ้าฝ่ายเจ้าหน้าที่มั่นใจในรายงานของตัวเองจริงๆ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องกลัวการเรียกร้องขอความจริงแบบนี้
จนถึงวินาทีนี้ การตรวจสอบเหตุการณ์ของ "ซอและ" ก็ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการหลุดออกมา ต่างฝ่ายต่างก็กอดข้อเท็จจริงของตัวเองเอาไว้คนละชุด ปัญหาของชายแดนใต้ทุกวันนี้ ไม่ใช่ว่าเราขาดแคลนรายงานจากเจ้าหน้าที่หรอกครับ แต่เรากำลังขาดคนที่ "เชื่อ" ในรายงานเหล่านั้นต่างหาก