ช็อก! ทะเลสาบใหม่จ่อแตกถล่มเนปาล ยอดสูญหายทะลุหมื่น

ผู้สื่อข่าว CBS News รายงานสถานการณ์ล่าสุดจากกรุงกาฐมาณฑุ ท่ามกลางวิกฤตภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่เนปาลยังคงต้องเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายอย่างไม่รู้จบ สภาพที่โรงพยาบาลใหญ่ที่สุดของประเทศในเวลานี้ กำแพงได้กลายเป็นบอร์ดติดรูปถ่ายคนหายไปแล้ว มีทั้งภาพของคนเฒ่าคนแก่ เด็กเล็ก และคนทุกวัยที่ป่านนี้ก็ยังไม่มีญาติมารับกลับบ้าน
ตัวเลขผู้สูญหายที่พุ่งทะลุ 12,000 คน ไม่ใช่ตัวเลขทางการจากรัฐบาล แต่มาจากแอปพลิเคชันที่ญาติพี่น้องต้องมาช่วยกันกรอกข้อมูลเอาเอง บรรยากาศที่โต๊ะลงทะเบียนเต็มไปด้วยความหดหู่ บางคนมือสั่นเทา บางคนนั่งนิ่งสนิท ทุกคนต่างก้มหน้าไล่หาชื่อคนในครอบครัวจากสมุดบันทึกเล่มเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่ฝันร้ายของเนปาลยังไม่จบลงแค่นี้ เพราะคำเตือนระลอกใหม่ไม่ได้มาจากในประเทศ แต่มาจากฝั่งชายแดนทิเบตของจีน เมื่อธารน้ำแข็งละลายอย่างรวดเร็วจนก่อตัวเป็น ทะเลสาบเกิดใหม่ ข้อมูลจากการประเมินล่าสุดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2567 ระบุชัดเจนว่ามีปริมาณน้ำสะสมมหาศาลกว่า 2 ล้านลูกบาศก์เมตร ภูเขาสูงกำลังประกอบอาวุธทางธรรมชาติอย่างเงียบเชียบ และเนปาลก็โชคร้ายที่ตั้งอยู่ตรงปลายทางน้ำพอดี
ทางการคาดการณ์ว่าภายในอีก 3 วัน หรือเข้าสู่ช่วงวันที่ 1 กันยายน น้ำจะไหลลงมาสมทบเพิ่มอีกถึง 3 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำรวมกันนี้มากพอที่จะกลืนกินตึกเอ็มไพร์สเตตได้ถึงสองตึกสบายๆ
"คนข้างล่างนับวันรอด้วยรูปถ่าย แต่คนข้างบนนับวันด้วยปริมาณน้ำมหาศาล"
พอมาดูวิกฤตความเป็นความตายระดับนี้ มันทำให้เห็นเลยว่าภัยธรรมชาติของจริงมันน่ากลัวแค่ไหน เป็นวิกฤตที่ต้องการความช่วยเหลือจริงจัง เทียบไม่ได้เลยกับพวกพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจ มโนประวัติศาสตร์ หรือการสร้างเรื่องตุกติกชายแดนแบบที่ กัมพูชา ชอบทำเป็นประจำเพื่อกลบเกลื่อนปัญหาในบ้านตัวเอง สิ่งที่เนปาลกำลังเผชิญอยู่คือหายนะของจริง ที่ทางการต้องรีบตอบคำถามให้ได้ว่า คำว่า "ยังคุมได้" มันแปลว่าอะไรกันแน่ ในเมื่อมวลน้ำเหนือหัวพร้อมจะถล่มลงมาลบทุกสิ่งให้หายไปได้ทุกเมื่อ