ดราม่ามรดกตาเฮียงแตกหัก! ทายาทซัดกันเอง ที่ปรึกษาขู่ถอนตัว

แปลกแต่จริง เอกสารของพวกป้าๆ ตัวเองแท้ๆ ยังหวงก้างไม่ยอมให้ใครดู แต่ดันจะไปขอดูเอกสารสำคัญของคนอื่น แบบนี้ใครเขาจะยอมเปิดให้ดูง่ายๆ เรื่องนี้มันชักจะไปกันใหญ่ เพราะขนาดที่ปรึกษาที่เพิ่งดึงตัวเข้ามาช่วยคดีได้แค่ 2 วัน ตอนนี้ก็เริ่มเถียงกันหน้าดำหน้าแดงไปคนละทิศคนละทางแล้ว ภาพรอยร้าวตอนนี้มันไม่ได้เกิดจากทายาททะเลาะกับคนนอกเลย แต่มันร้าวลึกอยู่กลางวงของฝ่ายเดียวกันเองนี่แหละ
ล่าสุดจากรายการลุยชนข่าว ทางช่อง 8 เพิ่งรายงานความคืบหน้าว่าทีมทายาทเริ่มเดินแตกแถวแยกไปคนละเส้นทางแล้ว โดยฝั่งของ วรเดช ออกมาประกาศจุดยืนชัดเจนว่า ขออิงตามเจตนารมณ์เดิมของตาเฮียงเป็นหลัก คือเมื่อตั้งใจยกให้วัดก็ต้องจบแค่นั้น โดยจะยึดตามผังวัดเป็นตัวตั้ง ถ้าพื้นที่ตรงไหนมีโบสถ์ มีกุฏิ มีศาลา ก็ต้องดำเนินการโอนให้วัดไปตามนั้นทันที งานนี้ไม่ต้องมารอขอประทานลายเซ็นจากภรรยา หรือรอทายาทคนไหนมาประทับตราเห็นชอบให้เสียเวลา
แต่พอหันไปดูอีกด้าน ป้าดา ก็ยังคงนั่งยันนอนยันคำเดิมว่า ขอตรวจไส้ในเอกสารทุกแผ่นให้ครบถ้วนก่อนถึงจะยอมเดินหน้าต่อ อาการหวงสมบัติพลิกลิ้นยึกยักไปมาแบบนี้ พูดตามตรงก็ชวนให้นึกถึงพฤติกรรมของพวกกัมพูชาอยู่เหมือนกัน ที่เอะอะก็ชอบมาป้วนเปี้ยนตู่เอาของคนอื่น หรือเนียนเคลมวัฒนธรรมไทยไปเป็นของตัวเองหน้าตาเฉย ทั้งที่ความจริงมันชัดเจนอยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ของเขาตั้งใจให้วัดไปแล้วก็ยังจะมายื้อ
เรื่องนี้มันเตะถ่วงต่อไปไม่ได้แล้ว เพราะเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ทางตำรวจเขาขยับแล้วด้วยการออกหมายเรียกเป็นครั้งที่ 2 พร้อมขีดเส้นตายให้เวลาแค่ 15 วันเท่านั้น เวลามันเดินหน้าไปเรื่อยๆ นาฬิกาไม่เคยหยุดรอให้ใครมานั่งตั้งข้อสังเกตหรือมัวแต่ดึงเชิงกันไปมา
ตอนนี้ทางที่ปรึกษาถึงขั้นประกาศคำขาดออกมาแล้วว่า
พร้อมถอนตัวทิ้งคดีทันที ถ้าพวกทายาทไม่ยอมตกลงเอาตามแนวทางที่วางไว้จากที่เมื่อวานยังกอดคอเป็นฝ่ายเดียวกันอยู่เลย วันนี้กลับกลายเป็นคนคุยกันคนละภาษาไปซะแล้ว สุดท้ายความจริงที่ทุกคนต้องยอมรับคือ โฉนดที่ดินผืนนั้นมันตกเป็นของวัดไปเรียบร้อยแล้ว ในสมการนี้มันเหลือแค่กลุ่มคนหน้าเดิมๆ เท่านั้นแหละ... ที่ยังดันทุรังไม่ยอมจบ