หนีตายระทึก! ซูเปอร์เซลล์ถล่มยุโรป ลูกเห็บยักษ์ซัดรถพัง

นึกว่าหลุดเข้าไปในหนังสยองขวัญภัยพิบัติ ธรรมชาติช่วงนี้ชักจะเอาเรื่องขึ้นทุกวัน ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา โคตรพายุ ซูเปอร์เซลล์ ได้เข้าถล่มฝรั่งเศสอย่างหนัก แล้วลามข้ามพรมแดนซัดทั้งอิตาลีและสวิตเซอร์แลนด์แบบไม่ทันตั้งตัว กระแสลมพัดกระโชกแรงจัดทะลุถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กวาดทุกอย่างที่ขวางหน้าพังราบเป็นหน้ากลอง
สภาพบนทางหลวง A36 แถวเมืองเบอซองซง (Besançon) กลายเป็นนรกบนดิน คนขับรถนับร้อยคันต้องยอมนั่งนิ่งๆ ตัวสั่นอยู่ในรถที่กระจกแตกยับเยิน เพราะข้างนอกมี ลูกเห็บขนาด 8-10 เซนติเมตร ตกใส่แบบไม่ยั้ง น้ำแข็งก้อนเท่ากำปั้นร่วงลงมาจากฟ้าเจาะทะลุกระจกรถหนาๆ ได้ หากตกใส่คนย่อมเกิดอันตรายร้ายแรง นาทีนั้นการทนอยู่ในรถที่เต็มไปด้วยเศษกระจกยังปลอดภัยกว่าการเปิดประตูหนีออกไปข้างนอก
พายุซูเปอร์เซลล์ไม่ใช่แค่ฝนตกฟ้าร้องธรรมดาทั่วไป แต่เป็นพายุที่มีแกนหมุนเป็นของตัวเอง กระแสลมพัดตีขึ้นไปแรงมากจนพยุงเอาก้อนน้ำแข็งวนกลับขึ้นไปสะสมความเย็นกลางอากาศซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนก้อนใหญ่เบ้อเริ่ม แล้วค่อยทิ้งดิ่งลงมา
ความเสียหายหนักหนาสาหัสมาก ที่เขตแซน-แอ-มาร์น ลมพัดแรงจัดจนหอบเอาหลังคาบ้านเปิดเปิงไปทั้งหลัง รัฐต้องสั่งอพยพคนออกจากพื้นที่ด่วน ส่วนที่เมืองแวงแซน กล้องวงจรปิดจับภาพต้นไม้ใหญ่หักโค่นลงมาทับรถพังยับเยินต่อหน้าต่อตา ประเทศที่เพิ่งจะเจออากาศร้อนจัดระดับ 50 องศาเซลเซียสเมื่อเดือนก่อนและต้องระดมคนดับไฟป่า กลับต้องมาวิ่งหาที่ซ่อนตัวจากก้อนน้ำแข็งยักษ์ในฤดูร้อนเดียวกัน
นี่คือบิลเรียกเก็บเงินที่ธรรมชาติส่งมาทวงคืน ยิ่งโลกเราอากาศร้อนจัดเท่าไหร่ อากาศก็จะยิ่งอุ้มไอน้ำไว้ได้มากเท่านั้น กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีให้พายุรุนแรงขึ้น ลูกเห็บยิ่งโตก่อนจะหล่นลงมา คลื่นความร้อนไม่ได้จากเราไปไหน แค่เปลี่ยนวิธีทำลายล้าง เดือนก่อนฟ้าเผาจนดินแห้งแตกระแหง เมื่อวานฟ้าทุบซ้ำด้วยก้อนน้ำแข็ง ความร้อนที่สะสมไว้ไม่เคยหายไปเฉยๆ แต่แค่รอเปลี่ยนรูปกลับมาเอาคืนพวกเรา