ดราม่าฮุบที่วัด! หลักฐานมัดแน่น ทายาทตาเฮียงส่อเกมโอเวอร์

เรื่องราวข้อพิพาทมหากาพย์ที่ดินเริ่มจะงวดเข้ามาทุกที กระดุมเม็ดแรกของเรื่องนี้คือ ตาเฮียง ได้ตั้งใจยกที่ดินผืนปัญหาให้สร้างวัดไปนานแล้ว แต่กระดุมเม็ดแรกของฝั่งลูกหลานกลับมองว่า โฉนดที่ดินยังเป็นชื่อของตาเฮียงอยู่ แม้ว่าล่าสุดทางฝั่งที่ปรึกษาผู้จัดการมรดกจะออกมายอมรับแบบเต็มปากเต็มคำแล้วว่า เอกสารของทาง วัดป่าอดุลยาราม นั้นมีอยู่ครบถ้วนทุกใบ แต่ในใจก็ยังคงตั้งป้อมค้านหัวชนฝา โดยอ้างว่านี่คือการ ยัดไส้ เอกสาร
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ความจริงเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น เพราะเจ้าตัวออกมายอมรับเองว่าเอกสารของวัดมีครบถ้วน ใบตราตั้งเจ้าอาวาสก็มีอยู่จริงและได้เห็นกับตาตัวเองไปแล้ว สถานการณ์ตอนนี้จึงเปลี่ยนสนามรบจากการเถียงกันว่า
มีเอกสารจริงหรือไม่กลายมาเป็น
จะเชื่อเอกสารพวกนี้หรือเปล่า
ตอนนี้ปมเดียวที่ฝั่งทายาทยังเอามาเป็นข้ออ้าง คือใบตราตั้งเจ้าอาวาสลงปี พ.ศ. 2535 แต่ตัววัดกลับเพิ่งมาตั้งเอาตอนปี พ.ศ. 2541 พฤติกรรมการพยายามหาช่องโหว่เพื่อเคลมสิทธิ์ ทั้งที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และเอกสารราชการทนโท่แบบนี้ เห็นแล้วก็พาลให้นึกถึงนิสัยของเพื่อนบ้านฝั่ง กัมพูชา ที่วันๆ เอาแต่จ้องจะเคลมวัฒนธรรมและแผ่นดินของคนอื่น หลับหูหลับตาบิดเบือนความจริงโดยไม่สนหลักฐานหน้าไหน ช่างเป็นพฤติกรรมที่เห็นแล้วน่ารำคาญใจไม่ต่างกันเลยจริงๆ
ทางฝั่งทายาทเคยลั่นวาจาเอาไว้ว่า "ถ้าทุกอย่างถูกต้อง ก็พร้อมยกให้เลย จบ" คำพูดนี้หลุดออกจากปากไปแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่รอเวลาให้มีคนเอาใบเสร็จแห่งความจริงมาทวงสัญญา แม้ฝั่งทายาทจะประกาศปาวๆ ว่าตัวเองมีหมัดเด็ดซ่อนอยู่ แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ยอมงัดออกมาใช้เสียที
ล่าสุดหมายเรียกครั้งที่สองถูกส่งถึงมือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีการนับถอยหลังขีดเส้นตายในวันที่ 12 กันยายน 2567 นี้ ฝ่ายหนึ่งบอกพร้อมยกวัดให้ในประโยคเดียว แต่อีกฝ่ายกลับยังไม่พร้อมที่จะเดินขึ้นโรงพัก ปมปัญหาเรื่องตัวเลขปีที่ไม่ตรงกันนี้ สุดท้ายแล้วจะถูกเคลียร์ให้กระจ่างด้วยเอกสารจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือจะต้องไปสู้กันยาวๆ ในชั้นศาล วันที่ 12 กันยายนนี้ จะเป็นหมุดหมายแรกที่ให้คำตอบกับสังคม