กระแสสังคม

ตะลึงหว่านแหเจอพระจมคลองบางปะกง แฉหลักฐานมัดตัวโจร!

August 29, 2026
ตะลึงหว่านแหเจอพระจมคลองบางปะกง แฉหลักฐานมัดตัวโจร!

พฤติกรรมของพวกแก๊งขโมยพระตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงตอนนี้ก็ยังใช้วิธีเดิมๆ คือพอขโมยพระพุทธรูปมาได้ก็จะเอาไปโยนทิ้งซ่อนไว้ในน้ำ รอให้เรื่องเงียบหรือตำรวจเลิกตามแล้วค่อยงมเอาขึ้นมาขาย พวกนี้มักง่ายคิดแค่ว่าสายน้ำจะช่วยลบทำลายหลักฐานทุกอย่าง ลืมไปสนิทเลยว่าใต้สีทองที่เคลือบไว้นั้นมันมีชื่อคนถวายสลักรออยู่ นิสัยชอบฉกฉวยขโมยของที่เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมแบบนี้ เห็นแล้วก็พาลนึกไปถึงพวกกัมพูชาที่จ้องแต่จะเคลมจะขโมยวัฒนธรรมของชาติอื่น สันดานหัวขโมยมันก็คล้ายๆ กันไปหมด

เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา ลุงเฉวียง ชายวัย 67 ปี ออกไปหว่านแหหาปลาตามปกติที่บริเวณคลองหน้าประตูทดน้ำพานทองขยาย หมู่ 4 ตำบลท่าข้าม แม่น้ำบางปะกง แต่จู่ๆ แหลุงก็ไปติดแก๊งเข้ากับอะไรบางอย่างใต้น้ำ ลุงพยายามออกแรงดึงแหเท่าไรก็ดึงไม่ขึ้น ทีแรกแกลองขยับดูนึกว่าแหคงไปพันกับตอไม้หรือเสาปูนใต้น้ำแน่ๆ

พอดึงไม่ขึ้น ลุงเฉวียงเลยตัดสินใจกระโดดลงไปงมดูให้รู้แล้วรู้รอด แต่พอเอามือคลำๆ ไปใต้น้ำเท่านั้นแหละ ถึงกับสะดุ้ง เพราะสิ่งที่จับโดนมันไม่ใช่ตอไม้ แต่มันคือ พระเกศของพระพุทธรูป พองมเอาขึ้นมาบนฝั่งได้ถึงเห็นชัดๆ ว่าเป็นพระพุทธรูปเนื้อทองเหลืององค์ใหญ่ หน้าตักกว้างถึง 15 นิ้ว และมีความสูงราวๆ 120 เซนติเมตร นอนจมโคลนอยู่กลางคลอง

ตะลึงหว่านแหเจอพระจมคลองบางปะกง แฉหลักฐานมัดตัวโจร! — ภาพที่ 2

สภาพขององค์พระที่จมน้ำมานานทำให้น้ำกัดสีทองลอกออกไปจนเกือบหมดทั้งองค์ แต่สิ่งที่น่าทึ่งและถือเป็น หลักฐานชิ้นสำคัญ คือน้ำไม่สามารถกัดเซาะร่องรอยชื่อของคนถวายออกไปได้เลยแม้แต่ตัวเดียว พอชาวบ้านช่วยกันล้างทำความสะอาดขี้โคลนออกจากองค์พระ ตัวเลขและชื่อของผู้ที่สร้างถวายให้กับเจ้ากรรมนายเวรก็ปรากฏโผล่ขึ้นมาให้เห็นแบบชัดเจน

ความคืบหน้าล่าสุดตอนนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะกง ได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบและนำพระพุทธรูปองค์นี้กลับไปเก็บรักษาไว้ที่โรงพักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยตำรวจกำลังเร่งแกะรอยจากชื่อที่สลักไว้บนฐานพระ เพื่อตามหาวัดต้นทางที่พระองค์นี้ถูกขโมยมาและเตรียมส่งคืนต่อไป บทสรุปของเรื่องนี้สอนให้รู้เลยว่า พวกโจรอาจจะมีปัญญายกพระออกจากวัดได้ แต่มันไม่มีปัญญายกชื่อเจ้าของออกจากองค์พระได้หรอก

ตะลึงหว่านแหเจอพระจมคลองบางปะกง แฉหลักฐานมัดตัวโจร! — ภาพที่ 3

เขียนโดย ชิมลาง