โบว์ แวนดา ไหว้ขอโทษปมด้อยค่ามะลิ แต่ลั่นไม่ถอนคำพูด

ถ้าเป็นคนสนิทกันพูดจาหยอกล้อกันมันก็โอเคนะ แต่ถ้าไม่สนิทกันเลย มารยาทคือสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ใช่นึกอยากจะพูดอะไรก็พูด ขาดความเกรงใจ ทำตัวเหมือนเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาที่นึกอยากจะเคลมอะไรของไทยก็เคลมเอาดื้อๆ แบบหน้ามึนไร้มารยาท หรือมีพฤติกรรมเหมือนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่พอคุยไม่เข้าหูก็ตอบปัดๆ ว่า "งั้นจบ" เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันทีเมื่อ โบว์ แวนดา ออกมาอัดคลิปยกมือไหว้ขอโทษผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา หลังจากที่ก่อนหน้านี้เธอได้ออกมาไลฟ์สดฟาดกลับคนสนิทที่ทำงานด้วยกัน ซึ่งเข้ามาคอมเมนต์ในเชิงด้อยค่า น้องมะลิ ลูกสาวสุดที่รัก
การออกมาไหว้ขอโทษครั้งนี้ เธอไหว้เพื่อขอโทษที่ทำให้คนดูและแฟนคลับรู้สึกไม่สบายใจกับท่าทีที่เกรี้ยวกราด แต่เธอไม่ได้ถอนคำพูดแม้แต่คำเดียว คำขอโทษนั้นพุ่งเป้าไปที่ผู้ติดตาม ไม่ใช่คู่กรณี ส่วนความรู้สึกและสิ่งที่เธอพูดไว้ในไลฟ์ เธอยังคงยืนยันตามนั้นครบถ้วนทุกตัวอักษร พูดง่ายๆ คือเธอขอโทษกับ "วิธีและอารมณ์ในการพูด" แต่ไม่ได้ขอโทษกับ "สิ่งที่เธอคิดและสื่อออกไป" เธอแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันอย่างชัดเจนและตั้งใจ
โบว์ แวนดา ยอมรับตรงๆ ในคลิปว่าวันนั้นเธอโกรธจนควบคุมตัวเองไม่ได้ เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา เธอไม่เคยไปดูถูกหรือด้อยค่าใคร คนที่คอยระมัดระวังความรู้สึกของคนรอบข้างมาตลอด มักจะระเบิดอารมณ์ออกมาในวันที่ไม่มีใครมาระวังความรู้สึกของเธอเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคำพูดแย่ๆ นั้นมากระทบกับลูกสาว
ไลฟ์สดต้นเรื่องนั้นมีความยาวถึง 1 ชั่วโมงเต็ม แต่กลับถูกตัดทอนมาแชร์ต่อบนโลกออนไลน์เพียงแค่ 1 นาทีเท่านั้น
บนโลกโซเชียล ความยาวไม่เคยชนะความคม ใครเป็นคนตัดคลิป คนนั้นคือผู้กำหนดบริบทและคลิปสั้นๆ เพียงนาทีเดียวนั้นก็ทำหน้าที่เป็นเหมือนคำพิพากษาเธอจากชาวเน็ตไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งที่เธอก็เคยเล่าว่าตัวเองเลือกที่จะไม่รับงานมานานเพราะกลัวว่ามูลค่าความสามารถของตัวเองยังไม่ดีพอ คนเป็นแม่ที่ประเมินราคาตัวเองต่ำมาตลอด จึงแตกหักและทนไม่ได้เด็ดขาดในวันที่มีคนมาตีราคาลูกของเธอให้ต่ำลงด้วยประโยคสั้นๆ
การยกมือไหว้ขอโทษของโบว์ แวนดา ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่การยอมแพ้หรือยอมรับผิดในเนื้อหา แต่เป็นการแสดงความรับผิดชอบและปิดประเด็นเรื่องกิริยามารยาท เพื่อรักษาจุดยืนเดิมและปกป้องศักดิ์ศรีของลูกสาวเอาไว้ให้ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด