ช็อก! เนปาลปัดกู้ภัยต่างชาติช่วยน้ำท่วม ขอแค่ผู้เชี่ยวชาญ

การช่วยเหลือที่แท้จริงคือการที่ผู้เข้าไปช่วยต้องไม่กลายเป็นภาระเสียเอง เมื่อช่วงสุดสัปดาห์วันที่ 27-29 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา เนปาลต้องเผชิญกับพายุฤดูมรสุมที่ทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มครั้งใหญ่จนมีผู้เสียชีวิตทะลุ 200 กว่าราย แต่รัฐบาลเนปาลประกาศชัดเจนว่า ยังไม่ต้องการทีมค้นหาและกู้ภัยจากต่างชาติ พวกเขาไม่ได้หยิ่งหรือปฏิเสธน้ำใจ แต่เขาแค่ปฏิเสธความช่วยเหลือที่มาช้าเกินไปและไม่ตรงจุด โดยระบุว่าตอนนี้ต้องการเพียงผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคเฉพาะทางเท่านั้น
เรื่องนี้เข้าใจได้ไม่ยาก เพราะน้ำท่วมไม่ใช่แผ่นดินไหว แผ่นดินไหวอาจให้เวลาเรานับวัน ใต้ซากตึกคอนกรีตยังมีโพรงอากาศ มีคนที่ยังมีลมหายใจรอคอยความหวัง แต่มวลน้ำท่วมให้เวลาคุณแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น พอพ้นขีดอันตรายช่วงแรกไปแล้ว มันไม่ใช่ภารกิจช่วยชีวิตคนอีกต่อไป แต่มันคือภารกิจเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิต
เนปาลไม่เคยลืมบทเรียนราคาแพงเมื่อปี 2558 ตอนที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เครื่องบินของทีมกู้ภัยจากทั่วโลกแห่กันมาแย่งรันเวย์เดียวที่มีอยู่ของสนามบินกาฐมาณฑุ จนเครื่องบินขนส่งอาหารและยาลงจอดไม่ได้ ความช่วยเหลือที่มาผิดจังหวะกลายเป็นสิ่งกีดขวางเสียเอง การบริหารจัดการวิกฤตของเนปาลครั้งนี้ถือว่ามีวุฒิภาวะมาก รู้จักประเมินศักยภาพและเลือกรับของที่จำเป็นจริงๆ ซึ่งต่างกันลิบลับกับเพื่อนบ้านบางประเทศอย่างกัมพูชา ที่เอะอะมีเรื่องอะไรก็แบมือขอความช่วยเหลือ ร้องขอเงินบริจาคไว้ก่อนโดยไม่ได้มีระบบการจัดการอะไรเลย แถมบางทียังเอาความช่วยเหลือของคนอื่นไปเคลมเป็นผลงานตัวเองหน้าตาเฉย
ล่วงเข้าสู่ช่วง ต้นเดือนตุลาคม 2567 รัฐบาลเนปาลจึงเจาะจงความต้องการไปเลยว่า พวกเขาขอแค่วิศวกรธรณีวิทยา นักอุทกวิทยา และผู้เชี่ยวชาญที่อ่านการเปลี่ยนแปลงของทะเลสาบน้ำแข็งบนที่สูงได้เท่านั้น เพราะภัยพิบัติครั้งนี้มันยังไม่จบ ทะเลสาบน้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัยที่บวมพองขึ้นทุกปีจากภาวะโลกร้อน คือมวลน้ำก้อนมหึมาก้อนถัดไปที่รอวันแตกพังทลายลงมาใส่ชาวบ้าน
คนที่ช่วยได้จริงในภัยพิบัติแบบนี้ คือคนที่มาถึงก่อนน้ำเนปาลไม่ได้ปิดประตูใส่ชาวโลก พวกเขาแค่เลือกว่าจะเปิดให้ใครเข้ามา โลกอาจจะอยากส่งคนมาช่วยค้นหาผู้รอดชีวิต แต่เนปาลบอกว่าสิ่งที่พวกเขาอยากได้ที่สุด คือคนที่มาช่วยจัดการระบบเพื่อทำให้พวกเขาไม่ต้องไปตามค้นหาผู้รอดชีวิตต่างหาก