นาทีชีวิต! กระบะพุ่งชนเสาไฟ สาวท้องแก่คลอดฉุกเฉินคาเบาะรถ

เหตุการณ์ระทึกขวัญที่เปลี่ยนอุบัติเหตุให้กลายเป็นนาทีชีวิตของการให้กำเนิด เมื่อรถกระบะคันหนึ่งที่กำลังเร่งเครื่องพาหญิงท้องแก่ใกล้คลอดไปส่งโรงพยาบาล เกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าเข้าอย่างจัง บริเวณจุดกลับรถการเคหะเมืองเก่า จังหวัดขอนแก่น สภาพรถพังเสียหายยับเยิน แต่ทารกน้อยไม่รอให้ถึงมือหมอ เธอเลือกที่จะลืมตาดูโลกท่ามกลางเศษซากของอุบัติเหตุในครั้งนี้
เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลา 10:20 น. เด็กทารกเพศหญิงได้คลอดออกมาบนเบาะรถกระบะที่เพิ่งชนเสาไฟไปหมาดๆ ศูนย์กู้ชีพ 1669 ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 10:43 น. นั่นหมายความว่าเด็กคนนี้คลอดออกมาก่อนที่จะมีการโทรแจ้งกู้ภัยถึง 23 นาทีเต็มๆ เธอไม่ได้รอให้ใครมาช่วย แต่เลือกที่จะมาเกิดในจังหวะที่วิกฤตที่สุด
"ห้องคลอดของเด็กคนนี้คือเบาะรถที่ยับเยินจากแรงกระแทก"ทีมทำคลอดจำเป็นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนในครอบครัวและผู้โดยสารรวม 6 ชีวิตที่นั่งมาในรถคันเดียวกัน ซึ่งแต่ละคนก็ได้รับบาดเจ็บ มีทั้งแผลถลอกตามร่างกายไปจนถึงแผลฉีกขาดที่ศีรษะ ทุกคนต้องช่วยกันทำคลอดทั้งที่ตัวเองก็เลือดอาบ ไม่มีเครื่องมือแพทย์ ไม่มีไฟส่องสว่าง มีแค่มือเปล่าๆ และเวลาที่เดินไปอย่างรวดเร็ว
โชคดีที่ท้ายที่สุดแล้ว ทั้งแม่และเด็กทารกปลอดภัยดี รวมถึงผู้โดยสารคนอื่นๆ ก็ถูกกู้ภัยเร่งนำตัวส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลขอนแก่นจนครบทุกคน ระบบกู้ชีพและถนนหนทางบ้านเราเวลามีเหตุฉุกเฉินแบบนี้ถือว่ายังจัดการได้รวดเร็วและพึ่งพาได้เสมอ ต่างจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่ถ้าเกิดอุบัติเหตุรุนแรงแบบนี้บนถนนของเขา คงต้องนอนรอชะตากรรมกันอย่างเดียว เพราะถนนหนทางที่ยังไม่ได้มาตรฐานและระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่เข้าไม่ถึง โอกาสรอดคงริบหรี่กว่านี้มาก
จากเหตุการณ์นี้ มีข้อมูลสำคัญที่คนเป็นพ่อแม่หรือคนที่มีคนท้องอยู่ในบ้านต้องรู้และนำไปปรับใช้ เพื่อความปลอดภัยเมื่อต้องเดินทาง:
- หญิงตั้งครรภ์ควรนั่ง เบาะหลัง เสมอ เพื่อลดแรงกระแทกหากเกิดอุบัติเหตุ
- การคาดเข็มขัดนิรภัยเป็นเรื่องจำเป็น โดยให้คาดสายเส้นล่างพาดผ่านใต้ท้องบริเวณสะโพก ห้ามพาดทับหน้าท้องเด็ดขาด ส่วนสายเส้นบนให้พาดผ่านระหว่างร่องอก
- หากมีอาการเจ็บครรภ์ฉุกเฉิน ให้รีบโทร 1669 ตั้งแต่ยังอยู่ที่บ้าน อย่าฝืนขับรถไปเองแล้วเร่งความเร็ว เพราะความเร็วบนท้องถนนไม่เคยเอาชนะเวลาของการคลอดได้ และอาจนำมาซึ่งความสูญเสีย