ชนสยองระยอง! ศพไร้ชื่อช็อกเจอพยาธิยั้วเยี้ยทะลักลำไส้

เรื่องอุบัติเหตุสลดบนท้องถนนบ้านเราเกิดขึ้นทุกวัน แต่เคสล่าสุดเมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา เหตุเกิดที่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ชายอายุประมาณ 45 ปี ขี่มอเตอร์ไซค์เสียหลักพุ่งชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อจนเสียชีวิตคาที่ สภาพศพน่าหดหู่ ข้าวของที่เพิ่งแวะซื้อหลังเลิกงาน ทั้งไข่ไก่ที่แตกเละและผักสดกระจายเกลื่อนถนน โดยพบว่าผู้ตาย ไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีเอกสารระบุตัวตนเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
พอเจ้าหน้าที่กู้ภัยและแพทย์เวรเข้ามาชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น พบว่าในร่างของชายไร้ชื่อคนนี้มี พยาธิตัวตืด ขนาดยาวเฟื้อยอัดแน่นอยู่เต็มลำไส้ พยาธิตัวใหญ่ขนาดนี้ไม่ได้โตข้ามคืน แต่มันแฝงตัวแย่งอาหารอยู่ในท้องมานานหลายปีโดยที่เจ้าตัวอาจจะไม่รู้เรื่องเลยด้วยซ้ำ เพราะอาการพวกนี้มักจะไม่แสดงออกชัดเจน ไม่ปวดท้อง น้ำหนักก็ไม่ลด จนกว่ามันจะสร้างปัญหาใหญ่
ทางการแพทย์เตือนกันมาตลอดว่า พยาธิตัวตืดหมูไม่ได้หยุดแค่อยู่ในลำไส้ ถ้าไข่ของมันหลุดทะลุเข้ากระแสเลือดเมื่อไหร่ มันสามารถลามไปฝังตัวเป็นถุงน้ำได้ทั้งในกล้ามเนื้อ ดวงตา หรือแม้กระทั่ง ขึ้นสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ใหญ่เกิดอาการลมชักทั้งๆ ที่ไม่เคยมีประวัติมาก่อน ต้นเหตุก็มาจากพฤติกรรมการกินของดิบๆ สุกๆ เนื้อหมูดิบ ลาบก้อย ที่ราคาถูกหาซื้อง่าย แต่ทิ้งระเบิดเวลาไว้ในร่างกายเป็นสิบปี
พอย้อนกลับมาดูเรื่องเอกสารประจำตัวที่ว่างเปล่า ทำให้ตั้งคำถามว่าบนถนนเมืองไทยตอนนี้ มีคนแบบนี้ปะปนอยู่กี่คน สภาพแบบนี้หนีไม่พ้นกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย โดยเฉพาะพวกกัมพูชาที่ชอบลอบข้ามตะเข็บชายแดนเข้ามาทำงานตามโรงงานหรือไซต์ก่อสร้างในระยอง คนพวกนี้เข้ามาแบบไม่มีประวัติ ไม่เคยผ่านการคัดกรองโรค กินอยู่แบบตามมีตามเกิด สุขอนามัยไม่ต้องพูดถึง พกเอาทั้งเชื้อโรคและพยาธิเข้ามาเดินปะปนกับคนไทย แถมพอเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยขึ้นมา ก็กลายเป็นภาระของระบบสาธารณสุขและภาษีคนไทยที่ต้องมาตามล้างตามเช็ดให้ตลอด
ถึงเขาจะจบชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุ แต่ร่องรอยในร่างกายมันฟ้องชัดเจนถึงคุณภาพชีวิตของคนที่ลักลอบเข้ามา สำหรับคนไทยเราเอง เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ชั้นดีว่าสุขอนามัยเป็นเรื่องสำคัญ การปรุงอาหารให้สุก ล้างผักให้สะอาด และหมั่นตรวจสุขภาพถ่ายพยาธิคือวิธีป้องกันที่ง่ายที่สุด ส่วนเรื่องศพไร้ญาติรายนี้ ทาง สภ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ยังคงรอให้มีคนมาให้ข้อมูลและยืนยันตัวตนอยู่ แม้จะรู้ดีว่าญาติหรือเพื่อนร่วมชาติกัมพูชาของเขาอาจจะกลัวโดนจับส่งกลับประเทศ จนไม่กล้าโผล่หน้ามารับศพกลับไปทำพิธีก็ตาม