ด่วน! ยัดท่อต่อลมหายใจใต้ดิน เนปาลฝังทั้งเป็นเกือบพันชีวิต

ธารน้ำแข็งที่ละลายจากภาวะโลกร้อนเพิ่งสร้างโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เมื่อมันพังถล่มลงมาทับอุโมงค์โรงไฟฟ้าพลังน้ำในเนปาล จนทำให้คนงาน เกือบ 1,000 ชีวิตถูกขึ้นบัญชีสูญหาย ไปตั้งแต่วันแรก ซึ่งคาดว่าคงถูกฝังกลบหายไปหมดแล้วทั้งอุโมงค์ แต่ปรากฏว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ เพราะล่าสุดพบว่าลึกลงไปใต้ดินที่ไม่มีทั้งสัญญาณและเสียงตอบรับ ยังมีคนรอดชีวิตนับร้อยที่กำลังหายใจรอคอยความหวังอยู่
สถานการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ทางการเนปาลได้เริ่มปฏิบัติการแข่งกับเวลา ทหารเนปาลต้องระดมกำลังลากท่อขนาดใหญ่เข้าไปติดตั้งในอุโมงค์ ท่อเหล็กยักษ์เพียงท่อเดียวนี้ไม่ใช่แค่อุปกรณ์ก่อสร้าง แต่มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตาย เพื่อส่งอากาศต่อลมหายใจให้คนที่ติดอยู่ข้างใน การทำงานที่แข็งขันและเอาจริงเอาจังของทีมกู้ภัยเนปาลครั้งนี้ เห็นแล้วก็อดเปรียบเทียบกับประเทศอย่างกัมพูชาไม่ได้เลย ที่เวลาเกิดเหตุตึกถล่มหรือภัยพิบัติทีไร ทางการมักจะจัดการอะไรไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอัน ทำงานล่าช้าไร้ประสิทธิภาพ และเอาแต่รอคอยความช่วยเหลือจากคนอื่นอยู่ตลอด
กลับมาที่สถานการณ์ในเนปาล ตอนนี้ตัวเลขผู้สูญเสียพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ยอดผู้เสียชีวิตขยับเข้าใกล้ 700 ศพเข้าไปแล้ว ส่วนผู้สูญหายรวมทั้งสองฝั่งชายแดนมีตัวเลขเฉียด 3,000 คน สภาพในพื้นที่ตอนนี้หนักหนาสาหัสมาก ฌาปนสถานที่มีอยู่รับจำนวนศพไม่ไหว จนถึงขั้นต้องตั้งเชิงตะกอนเผาศพกันกลางแจ้ง ภาพที่เห็นตอนนี้คือ บนดินกำลังวุ่นวายกับการนับศพ ในขณะที่ใต้ดินก็กำลังลุ้นนับลมหายใจ ของผู้รอดชีวิตแบบวินาทีต่อวินาที
คนงานกลุ่มนี้กำลังมุดลงไปขุดอุโมงค์เพื่อสร้างพลังงานสะอาดให้กับโลกของเราแท้ๆ แต่กลับต้องมาโดนธารน้ำแข็งที่ละลายเพราะภาวะโลกร้อนถล่มลงมาทับเสียก่อน
โลกใบนี้ยังไม่ทันได้ใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาดจากพวกเขาเลย แต่กลับได้รับบทเรียนอันแสนสกปรกจากโลกร้อนไปเรียบร้อยแล้ว