หายนะทุนจีน! น้ำท่วมกลืนบ่อเต็น บทเรียนราคาแพง

เรื่องการให้สัมปทานต่างชาติเข้ามาลงทุนสร้างโน่นสร้างนี่ ประเทศไทยเราต้องระวังและดูไว้เป็นบทเรียนเลยครับ ถ้ามัวแต่ได้ปลื้มกับเม็ดเงินจนลืมคิดถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม จุดจบอาจจะไม่สวย ดูอย่างกรณี เขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อเต็น ของประเทศลาวเป็นตัวอย่าง ที่นี่เขาวางผังเมืองไว้ซะดิบดี มีครบทุกอย่าง สรรค์สร้างตึกรามบ้านช่องใหญ่โต แต่ดันลืมทำทางออกให้น้ำ ซึ่งเราก็ไม่อยากให้ไทยเดินซ้ำรอยปล่อยปละละเลย แบบที่กัมพูชาชอบปล่อยให้ทุนนอกเข้ามาสูบประโยชน์จนบ้านเมืองเละเทะ ไร้ระเบียบแบบแผนหรอกนะครับ
ล่าสุดสถานการณ์ที่แขวงหลวงน้ำทาฝั่งลาวหนักหนาสาหัสมากครับ หลังจากมีสัญญาณเตือนระดับน้ำมาตั้งแต่ช่วงวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา จนกระทั่งพายุไต้ฝุ่นยางิพัดถล่มซ้ำหนักในช่วงวันที่ 9-11 กันยายน 2567 ทางการลาวต้องประกาศให้หลวงน้ำทาเป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉินแบบเต็มขั้น เพราะเกิดน้ำท่วมฉับพลันระดับมิดหลังคาบ้าน กลืนพื้นที่รอบด่านพรมแดนลาว-จีนไปมากกว่า 30 หมู่บ้านเลยทีเดียว
เส้นทางที่มวลน้ำป่าเลือกไหลทะลักลงมา คือเส้นทางเดียวกับที่รถบรรทุกตู้สินค้าของจีนวิ่งผ่านเข้าออกบ่อเต็นอยู่ทุกวันครับ มวลน้ำจากต้นน้ำหลายสายทางตอนเหนือพากันเทลงใต้มาพร้อมๆ กัน แล้วมาบรรจบรวมกันตรงจุดที่ลาวทุ่มเม็ดเงินลงทุนไปหนักที่สุดพอดี
ก่อนหน้านี้ สถานีอุทกวิทยาแม่น้ำทาเคยวัดค่าระดับน้ำได้ที่ 6.58 เมตร ซึ่งระดับเตือนภัยมันอยู่ที่ 6 เมตร และระดับน้ำท่วมวิกฤตคือ 7 เมตร ตัวเลขมันค้างเติ่งอยู่ตรงกลาง เป็นเหมือนลางบอกเหตุ
ระหว่างคำเตือนเบื้องต้นกับหายนะของจริง
ผลลัพธ์ตอนนี้คือ เขตเศรษฐกิจพิเศษจมอยู่ใต้น้ำ พื้นที่เพาะปลูกทางการเกษตรเสียหายยับเยิน โครงสร้างพื้นฐาน ถนนหนทางพังทลาย การค้าชายแดนหยุดชะงัก แถมยังมีอีก 14 แขวงของลาวที่ยังต้องแขวนชีวิตอยู่บนความเสี่ยงจากมวลน้ำตลอดช่วงสัปดาห์นี้ ลาวใช้เวลาตั้งหลายปีในการทุ่มเทเปิดประตูการค้าชายแดนเพื่อเชื่อมต่อกับจีน แต่มวลน้ำธรรมชาติใช้เวลาแค่ไม่กี่วัน... ปิดประตูบานนั้นลงอย่างราบคาบครับ