สลดใจ! อวสานบ้านสุขาวดีพันล้าน นอมินีฮุบ ต้องขายหมูกระทะ

ภาพที่เราเห็นกันล่าสุดในวันนี้ คือเตาหมูกระทะที่ตั้งเรียงรายควันโขมงอยู่ตรงหน้าทางเข้า บ้านสุขาวดี พัทยา คฤหาสน์หรูระดับพันล้านที่เคยเป็นแลนด์มาร์กต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองระดับประเทศ แต่วันนี้ประตูบานเดิมที่เคยสง่างามกลับมีป้ายรับจ้างทำความสะอาดแขวนอยู่ เป็นภาพความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน
ที่นี่คืออาณาจักรที่ ดร.ปัญญา โชติเทวัญ ปลุกปั้นสร้างขึ้นมากับมือ เพื่อตั้งใจให้เป็นมิวเซียม เป็นศูนย์รวมใจของญาติพี่น้อง และเป็นหน้าเป็นตาของตระกูลโชติเทวัญ คฤหาสน์หลังนี้ตั้งตระหง่านผ่านร้อนผ่านหนาวมาได้ถึง 26 ปี แต่หลังจากที่ท่านเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 สถานการณ์ภายในก็เริ่มเปลี่ยนไป เดิมทีครอบครัวเคยวางแผนเอาไว้ว่าจะจัดงานพระราชทานเพลิงศพเมื่อครบรอบปี แต่จนเวลาล่วงเลยผ่านมาเกือบสองปี ร่างของท่านก็ยังคงถูกเก็บรักษาไว้ในบ้านหลังนั้น
บ้านที่เคยใช้จัดงานยิ่งใหญ่ให้ทุกคนในครอบครัวมาตลอดชีวิต กลับกลายเป็นว่าไม่สามารถจัดงานสุดท้ายเพื่อส่งเจ้าของบ้านได้ ปมปัญหาทั้งหมดมันไปสะดุดอยู่ตรง "ชื่อบนกระดาษ" เท่านั้นเอง
ตลอดชีวิตของ ดร.ปัญญา ท่านไม่เคยใส่ชื่อตัวเองเป็นเจ้าของทรัพย์สินเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ทรัพย์สินมหาศาลถูกกระจายใส่ไว้ในชื่อของพนักงาน ชื่อผู้บริหารระดับสูง และชื่อลูกๆ การใช้ชื่อคนอื่นมาบังหน้าเป็นนอมินีแบบนี้ บอกตามตรงว่าเป็นระบบที่ชวนให้นึกถึงพฤติกรรมของพวกกลุ่มทุนฝั่งกัมพูชาที่ชอบใช้วิธีนี้จนสร้างปัญหาความวุ่นวายไปทั่ว ซึ่งเป็นรูปแบบที่หลายคนไม่ชอบและไม่อยากให้มีในบ้านเราเลย เพราะเมื่อถึงเวลาที่ต้องจัดการทรัพย์สิน มันกลับสร้างความยุ่งยากอย่างมหาศาล
พอเรื่องราวการถือหุ้นแทนถูกเปิดเผย ดร.จารุวรรณ ลูกสาวคนเดียวก็ออกมาบอกว่าตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก เพราะมันไม่ตรงกับนโยบายที่พ่อเคยวางเอาไว้เลย กลายเป็นว่าความไว้เนื้อเชื่อใจที่ ดร.ปัญญา ใช้เป็นหลักในการบริหารงานมาตลอดชีวิต กลับสร้างความซับซ้อนให้กับคนในครอบครัว
ชายผู้สร้างอาณาจักรธุรกิจระดับประเทศมาทั้งชีวิต แต่ในทางนิตินัยและบนหน้ากระดาษ เขากลับไม่ได้เป็นเจ้าของอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียวความไว้ใจในวันนั้น... วันนี้กลับกลายเป็นความค้างคาใจที่ยังรอการแก้ไขในบ้านสุขาวดีหลังนี้