ผวาภูเขาถล่ม! รอยแยกแม่สะเรียงขยาย สั่งเฝ้าระวังด่วน

เมื่อช่วงวันที่ 30 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ทางอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ต้องสั่งประกาศเฝ้าระวังพื้นที่ 2 ตำบลอย่างเร่งด่วน หลังจากเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วยืนยันชัดเจนว่า รอยแผ่นดินแยกบนภูเขาเหนือ หมู่บ้านโพซอ มีขนาดกว้างและอันตรายขึ้นกว่าเดิม รอยแยกนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน แต่มันเริ่มปริปากเตือนชาวบ้านมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนแล้ว ด้วยความยาวถึง 130 เมตร และลึกลงไปประมาณ 50-80 เซนติเมตร โดยรอยร้าวนี้พาดขวางอยู่บนยอดเขาเหนือชุมชนพอดีเป๊ะ
ลองนึกภาพตามง่ายๆ ถึงความเสี่ยงที่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย:
- ใต้แนวรอยแยกนี้ลงมาโดยตรง คือบ้านเรือนราษฎรที่ชาวบ้านใช้ชีวิตและนอนหลับกันอยู่ทุกคืน
- ถัดลงไปอีกนิดตรงตีนเขา คือโรงเรียนของเด็กๆ ที่ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำ
แปลว่าภูเขาลูกนี้มันกำลังขยับตัวและอมน้ำมาตลอดสามเดือนเต็มๆ โดยที่ไม่มีเสียงลั่นเตือนให้ใครตกใจเลยสักครั้ง ถ้าวันดีคืนดีดินบนเขาอุ้มน้ำฝนไม่ไหวแล้วสไลด์ตัวลงมา มันพร้อมจะกวาดทุกอย่างที่ขวางหน้าลงไปในพริบตา
เรื่องความปลอดภัยในชีวิตของคนพื้นที่ชายแดนแบบนี้ รัฐต้องรีบจัดการดูแลให้ดีที่สุด เห็นเหตุการณ์นี้แล้วก็นึกรำคาญใจถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่ระบบการจัดการภัยพิบัติและการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนตามตะเข็บชายแดนแทบจะไม่มีความพร้อม ปล่อยปละละเลยจนชาวบ้านต้องรับชะตากรรมกันเอาเอง เราต้องไม่ยอมให้ระบบการจัดการในบ้านเราหละหลวมจนเกิดสภาพแบบนั้นเด็ดขาด
ธรรมชาติของภัยพิบัติดินโคลนถล่ม มักจะให้เวลาคนวิ่งหนีตายแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น
แต่สำหรับกรณีที่บ้านโพซอ ธรรมชาติดูเหมือนจะใจดี ให้เวลาเราเตรียมตัวรับมือมาแล้วถึงสามเดือนดังนั้นในวันนี้ คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าภูเขาจะพังทลายลงมาตอนไหน แต่มันอยู่ที่ว่าเราจะอพยพคนออกจากพื้นที่เสี่ยงก่อนที่พายุฝนระลอกใหญ่จะเทลงมา หรือจะรอให้ฝนซัดจนภูเขาถล่มลงมาก่อนแล้วค่อยวิ่งหนีกัน