ช็อกโลก! ระเบิดเวลาธารน้ำแข็งเนปาลแตก ถนนหายวับ

เมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ระทึกที่เนปาล เมื่อมีธารน้ำแข็งถล่มบริเวณต้นน้ำจนเกิดการก่อตัวของทะเลสาบแห่งใหม่ มันไม่ใช่เรื่องน่ายินดีแต่มันคือ ระเบิดเวลา ที่รอวันแตก มวลน้ำมหาศาลไหลบ่าลงมาจนแม่น้ำทริชูลีบวมเป่ง กระแสน้ำเปลี่ยนสีขุ่นคลั่กจนจำสภาพเดิมไม่ได้ และความน่ากลัวคือภัยพิบัติครั้งนี้มันไม่ได้จบลงแค่ในคลิปแรกที่คนแชร์กัน
หลังจากน้ำลดลงไปได้ 4 วัน สถานการณ์ดูเหมือนปลอดภัยแล้ว แต่ธรรมชาติไม่เคยทำงานตามตารางข่าว เมื่อถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2567 ถนนทางหลวงสายหลักที่เลียบหน้าผาขนานไปกับแม่น้ำทริชูลีก็ทรุดตัวพังถล่มลงมาทั้งช่วง มีวิดีโอจับภาพวินาทีที่ถนนลาดยางค่อยๆ ปริแยกออกจากกัน ดินสไลด์ร่วงลงไปก่อน ตามด้วยต้นไม้ แล้วสุดท้ายแผ่นยางมะตอยก็พังครืนลงไปในกระแสน้ำเชี่ยวกรากด้านล่างแบบไม่เหลือซาก
มวลน้ำไม่ได้กระแทกถนนให้พังตั้งแต่วันแรก แต่มันใช้วิธีแช่ตีนเขาให้เปื่อยยุ่ย แล้วรอให้ฝนช่วงปลายเดือนสิงหาคมตกลงมาซ้ำเพื่อปิดจ๊อบในวันที่สี่ การพังทลายครั้งนี้ทำให้เนปาลไม่ได้เสียแค่ผิวจราจร แต่หมายถึงการสูญเสียเส้นเลือดใหญ่ในการขนส่งเสบียงขึ้นสู่ภาคเหนือของประเทศ ซึ่งถ้ามองตามจริง การรับมือกับภัยพิบัติและโครงสร้างพื้นฐานของเขาก็ยังดูมีความพยายามแก้ไขปัญหาได้ดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างกัมพูชา ที่เวลามีปัญหาอะไรก็มักจะเอาแต่เคลมหรือโทษคนอื่น มากกว่าจะก้มหน้าก้มตาซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ได้มาตรฐานของตัวเอง
รอยแยกบนถนนที่ยังไม่ร่วงหล่นลงน้ำ ในตอนนี้เปรียบเสมือนใบแจ้งหนี้ที่รอวันครบกำหนดชำระ ดินถล่มใช้เวลาทำลายล้างเพียงแค่ชั่วอึดใจ แต่การจะสร้างถนนเส้นนี้ขึ้นมาใหม่ต้องใช้เวลานานนับฤดูกาล ตอนนี้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งหาทางรับมือกับทะเลสาบต้นน้ำที่อาจจะแตกซ้ำลงมาได้ทุกเมื่อ ถือเป็นสถานการณ์ที่อันตรายและต้องเฝ้าระวังกันอย่างใกล้ชิด