ช็อก! น้ำป่าซัดรีสอร์ตสระบุรีมิดอก อ้างสุดวิสัยไม่คืนเงิน

ช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 24 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา เกิดเหตุระทึกขวัญเมื่อน้ำป่าสีขุ่นคลั่กไหลทะลักเข้าท่วมรีสอร์ตชื่อดังย่านตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี อย่างรวดเร็ว บางจุดระดับน้ำท่วมสูงถึงระดับหน้าอก ทั้งที่ไฟประดับของรีสอร์ตยังคงเปิดสว่างไสวอยู่ ภาพเหตุการณ์ที่ถูกแชร์ออกมาเผยให้เห็นผู้เข้าพักต้องกางร่มยืนเกาะเสาที่พักแน่น บางคนต้องค่อยๆ ก้าวฝ่ากระแสน้ำที่เชี่ยวกรากออกมาทีละก้าวอย่างทุลักทุเล ขณะที่กระเป๋าเดินทางสีเหลืองใบใหญ่ถูกยกหนีน้ำขึ้นที่สูงก่อน แล้วเจ้าของถึงค่อยๆ ปีนตามขึ้นไปทีหลัง ท่ามกลางความตื่นตระหนกของชาวโซเชียลที่แห่เป็นห่วงและตั้งคำถามว่า "ขอให้ทุกคนปลอดภัย แล้วน้องหมาที่ไปด้วยหนีน้ำทันไหม?" ซึ่งเหตุการณ์นี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่ได้เข้าช่วยเหลืออพยพทั้งคนและสัตว์เลี้ยงออกมาได้อย่างปลอดภัยในคืนนั้น
แต่ช่วงหลังน้ำลด เมื่อลูกค้าที่จองที่พักล่วงหน้าไว้แต่เข้าไปพักไม่ได้เพราะน้ำท่วม ได้สอบถามเรื่องการขอเงินคืน ทว่าทางรีสอร์ตกลับให้คำตอบสั้นๆ เพียงว่า
"เหตุการณ์นี้เป็นเหตุสุดวิสัย"
จริงอยู่ที่รีสอร์ตตั้งใจขายวิวภูเขา ขายเสียงน้ำไหล และขายอากาศบริสุทธิ์หลังฝนตก แต่สิ่งที่ลูกค้าไม่ได้ตกลงซื้อมาในแพ็กเกจด้วยคือความเสี่ยงถึงชีวิตจากทำเลที่ตั้ง ประกันอาจจะคุ้มครองตัวอาคารของรีสอร์ต แต่ไม่เคยคุ้มครองวันหยุดที่พังทลายของใคร ในแง่ของข้อกฎหมาย คำว่า "เหตุสุดวิสัย" อาจจะช่วยตัดความรับผิดชอบเรื่องค่าเสียหายอื่นๆ ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะตัดหน้าที่ในการคืนเงินค่าบริการที่ส่งมอบให้ลูกค้าไม่ได้ ในเมื่อรีสอร์ตไม่สามารถให้ลูกค้าเข้าพักได้ เงินที่รับมาแลกกับคืนที่ไม่ได้นอน ก็คือเงินที่ยังไงก็ต้องคืน ไม่ใช่เอาคำว่าสุดวิสัยมาทำหน้าที่แทนใบเสร็จรับเงิน
ท้ายที่สุด คนเดินทางออกจากบ้านเพื่อไปหาธรรมชาติ แต่รอบนี้ธรรมชาติกลับเดินทางมาหาก่อน คืนนั้นทุกคนเลยได้ห้องพักติดน้ำแบบของจริง เพียงแค่ไม่ได้เป็นคนเลือกเอง เงินมัดจำหรือค่าที่พักเป็นสิ่งที่ตามกฎหมายยังไงก็ต้องทวงคืนได้ แต่ความรู้สึกและค่ำคืนที่หายไป มันเป็นสิ่งที่ทวงคืนกลับมาไม่ได้เลย
(ขอบคุณภาพประกอบจาก : Cha Nita)