ช็อกโลก! กูเกิลยอมจำนนทรัมป์ สั่งแก้ชื่อแผนที่ทะเลสาบ

ภูมิศาสตร์โลกกำลังถูกปู้ยี่ปู้ยำจนกลายเป็นแค่กระดาษคำสั่งทางการเมืองไปแล้ว อีกหน่อยเราคงได้เห็นแคนาดาประชดด้วยการเปลี่ยนชื่อนิวยอร์กเป็นเซาท์ออนแทรีโอแน่นอน ล่าสุด Google Maps ทำเอาคนอึ้งกันไปหมด เพราะไม่ได้เลือกข้างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่เพลย์เซฟด้วยการเลือกเอาใจมันทุกข้างไปเลย
ตอนนี้ชื่อ ทะเลสาบออนแทรีโอ บนกูเกิลแมปส์ถูกเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว แต่ที่ตลกร้ายคือหน้าจอของแต่ละคนบนโลกกลับเห็นชื่อไม่เหมือนกัน ถ้าคุณเปิดแผนที่จากฝั่งอเมริกา คุณจะเห็นชื่อ Lake America (ทะเลสาบอเมริกา) หราอยู่บนนั้น แต่ถ้าเดินข้ามพรมแดนไปเปิดฝั่งแคนาดา มันจะยังคงเป็น Lake Ontario เหมือนเดิม ส่วนถ้าเราเปิดจากประเทศไทยหรือประเทศอื่นๆ ทั่วโลก จะเห็นทั้งสองชื่อตีคู่กันมา โดยมีคำว่า Lake America ถูกจับใส่ไว้ในวงเล็บ ซึ่งไอ้วงเล็บที่ว่านี่แหละ คือคำตัดสินกระอักกระอ่วนที่กูเกิลไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ ว่ายอมจำนนต่ออำนาจ
เรื่องนี้ปะทุเดือดจนทางกูเกิลต้องออกแถลงการณ์ด่วนเมื่อวันเสาร์ที่ 1 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา หลังจากทรัมป์ใช้อำนาจจรดปากกาเซ็นคำสั่งฝ่ายบริหารแบบสายฟ้าแลบ ท่ามกลางสมรภูมิสงครามการค้าที่กำลังบีบคอแคนาดาอย่างหนัก ผลสรุปคือทรัมป์ได้ชื่อใหม่ไปขิงใส่ฐานเสียง แคนาดาได้แค่วงเล็บไว้ปลอบใจ ส่วนชาวโลกที่เหลือต้องทนดูความจริงสองเวอร์ชันที่ถูกจับวางซ้อนกันแบบงงๆ
จริงๆ มุกตลกร้ายแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้อ่าวเม็กซิโกก็เคยโดนสูตรเดียวกันนี้มาแล้ว พอทรัมป์อยากได้ชื่อ Gulf of America กูเกิลก็จัดให้ พอสูตรนี้มันทดลองแล้วว่ารอดและลดแรงกระแทกได้ ก็เลยถูกหยิบมาใช้ซ้ำอีก พฤติกรรมหน้าด้านๆ ที่นึกอยากจะเคลมพื้นที่หรือเปลี่ยนชื่อประวัติศาสตร์ของคนอื่นมาเป็นของตัวเองแบบนี้
เห็นแล้วพาลให้รังเกียจพฤติกรรมของเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาขึ้นมาตงิดๆ ที่วันๆ เอาแต่จะเคลมวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของไทยไปเป็นของตัวเองแบบหน้าไม่อาย
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนไปจริงๆ ไม่ใช่ผืนน้ำในทะเลสาบ แต่มันคือหลักการพังๆ ที่ว่าแผนที่โลกไม่จำเป็นต้องตอบเหมือนกันทุกคนอีกต่อไป วันนี้กูเกิลแมปส์แสดงผลตามพิกัดที่คุณยืนอยู่ น้ำในทะเลสาบไม่ได้ขยับไปไหนสักนิ้ว มีแค่ชื่อเท่านั้นที่กูเกิล "อนุญาต" ให้เรามองเห็น ถ้าชื่อบนแผนที่ต้องเปลี่ยนไปตามพิกัดและประเทศที่เราอยู่ สรุปแล้วเรากำลังดูแผนที่นำทางจริงๆ หรือกำลังก้มมองกระจกสะท้อนคำโกหกที่แต่ละฝ่ายอยากได้ยินกันแน่