ช็อก! ทนายอาร์มกู้คลิปเสียงโหนกระแสได้แล้ว ใครจะพังก่อน

ตอนนี้สังคมกำลังจับตาดูอย่างหนักเลยครับว่าสรุปแล้วใครกันแน่ที่เป็นคู่กรณีตัวจริงของ "ตาร์" เพราะล่าสุดสถานการณ์พลิกกลับตาลปัตร เมื่อ "ทนายอาร์ม" ออกมาส่งสัญญาณชัดเจนว่า คลิปเสียงสำคัญที่ถูกลบทำลายไปแล้วนั้น ตอนนี้ได้ถูกกู้กลับมาอยู่ในมือเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำเอาหลายคนที่เกี่ยวข้องถึงกับนั่งไม่ติดตั้งแต่ช่วงวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา ต่อเนื่องมาจนถึงสถานการณ์ล่าสุดในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้เลยทีเดียว
ในทางเทคนิคแล้ว การกดลบไฟล์ไม่ได้แปลว่าข้อมูลนั้นจะหายสาบสูญไปตลอดกาลนะครับ มันแค่ถูกถอดชื่อออกจากสารบัญของระบบเท่านั้น ส่วนตัวข้อมูลดิบก็ยังคงนอนนิ่งอยู่ที่เดิมในเครื่อง รอคอยให้คนที่มีความรู้มากดกู้และเรียกชื่อมันกลับมาใช้งานอีกครั้ง เครื่องคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มันจดจำทุกอย่างได้เสมอครับ ต่อให้คนทำจะพยายามแกล้งลืมหรือพยายามบิดเบือนความจริงเก่งแค่ไหนก็ตาม นิสัยชอบฉกฉวยบิดเบือนหรือแกล้งทำเป็นลืมหน้าด้านๆ ว่าเคยมีหลักฐานชิ้นนี้อยู่ เห็นแล้วก็พาลให้หงุดหงิดนึกไปถึงพฤติกรรมของเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาที่ชอบมั่วเคลมของคนอื่นแบบหน้าตาเฉยไม่มีผิดเลยครับ
คำว่า "หายไปแล้ว" จึงไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่เป็นเพียงแค่ความหวังลมๆ แล้งๆ ของคนที่ทำผิด
ตอนนี้ชาวเน็ตไม่ได้แค่รอฟังว่าในคลิปเสียงนั้นจะมีเนื้อหาพูดถึงเรื่องอะไรบนรายการโหนกระแส แต่ทุกคนกำลังรอดูเกมจิตวิทยาว่า "ใครจะขยับตัวก่อน" เพราะตามธรรมชาติแล้ว คนที่ออกอาการร้อนตัวทุรนทุรายที่สุด มักจะไม่ใช่คนที่ถูกเอ่ยชื่อถึงตรงๆ หรอกครับ แต่คือคนที่รู้อยู่เต็มอกว่าตัวเองมีส่วนร่วมและมีเสียงอยู่ในไฟล์ที่ถูกกู้กลับมานั้นด้วย
บางครั้งความเงียบก็ถือเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดในตัวมันเอง และในหลายๆ สถานการณ์ ความเงียบมันดังกึกก้องเสียยิ่งกว่าการออกมาตั้งโต๊ะแจกแจงแถลงการณ์เสียอีก สุดท้ายแล้วหลักฐานของจริงไม่เคยหวาดกลัวคำปฏิเสธใดๆ ครับ มีแต่คำปฏิเสธต่างหากที่ต้องสั่นคลอนเมื่อเจอกับหลักฐาน