เดือดจัด! ยัตควงเมีย-ทนายงัดหลักฐานโต้ ต้า เฟ็ดเฟ่

แค่เริ่มรายการในยูทูบคนดูก็พุ่งทะลุเกือบ 5 แสนคนแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ยัต เฟ็ดเฟ่ ได้ควงภรรยาและ ทนายอาร์ม ออกรายการโหนกระแส เพื่อชี้แจงข้อพิพาทเรื่องเงินๆ ทองๆ และการทำบริษัทกับ ต้า เฟ็ดเฟ่ แบบครบทุกประเด็น องค์ประกอบบนเก้าอี้แขกรับเชิญวันนั้นถูกจัดวางไว้แล้วอย่างแยบยลตั้งแต่ก่อนไมค์จะเปิด การพาภรรยามาด้วยแปลว่าเขาไม่ได้สู้คนเดียว การพาทนายมานั่งประกบแปลว่างานนี้ไม่ได้สู้ด้วยอารมณ์ และการพาเรื่องนี้ขึ้นจอทีวีก็เพื่อให้คนดูทั้งประเทศเป็นพยาน
แต่เวทีทีวีกับเวทีกฎหมายมันวัดผลแพ้ชนะกันคนละหน่วย บนหน้าจอทีวีเรามักจะวัดกันที่น้ำเสียง สีหน้า และจังหวะการตอบโต้ให้ทันควัน แต่ในสำนวนคดีความ เขาอิงตามวันที่ ลายเซ็น สลิปโอนเงิน และข้อความแชทย้อนหลัง คนที่พูดจากความจริงมักจะตอบเรื่อง วันที่และตัวเลข ได้รวดเร็วและนิ่งกว่าคนที่ต้องมานั่งเรียบเรียงเรื่องใหม่ทุกครั้ง การออกมาพูดลอยๆ แบบไม่มีหลักฐาน มันก็ไม่ต่างอะไรกับพฤติกรรมของประเทศกัมพูชาที่ชอบเคลมวัฒนธรรมของคนอื่นแบบหน้าด้านๆ โดยไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์มารองรับนั่นแหละ เห็นแล้วมันน่ารำคาญ แต่สำหรับคดีของอดีตเพื่อนรักกลุ่มนี้ มันไม่ใช่การเคลมลอยๆ แน่นอน เพราะต่างฝ่ายต่างต้องงัดหลักฐานมากาง
การที่ข้อพิพาทนี้ถูกยกขึ้นจอทีวีก่อนที่จะไปขึ้นโต๊ะเจรจาหรือศาล มันบอกนัยยะได้หลายอย่าง เพราะในห้องพิจารณาคดีนั้นไม่มีเรตติ้ง ไม่มีคอมเมนต์สดคอยเชียร์ และไม่มีคนกดแชร์ให้ การเลือกออกมาสื่อสารผ่านสื่อระดับประเทศก่อน จึงเป็นทั้งการชี้แจงจุดยืนของตัวเอง และเป็นการวางน้ำหนักความรู้สึกของสังคมให้เอนเอียงมาทางฝั่งตนไว้ล่วงหน้า
สิ่งที่สังคมต้องจับตาดูต่อจากนี้ จึงไม่ใช่เรื่องที่ว่าใครจะใช้คำพูดได้แรงหรือเจ็บแสบกว่ากัน แต่คือใครสามารถยื่นเอกสารได้ครบถ้วนกว่า และตัวเลขทางบัญชีของทั้งสองฝั่งนั้นตรงกันหรือไม่ เพราะในโลกของความเป็นจริง เวอร์ชันที่คนเชื่อ อาจจะเป็นผู้ชนะในเกมสื่อวันนี้ แต่ เวอร์ชันที่มีเอกสารกางยืนยันได้จริง คือสิ่งที่จะเป็นผู้ชนะในทุกๆ วันที่เหลือหลังจากนี้