แฉช่องจอม! เขมรจ่ายส่วยยึดตลาด ตำรวจไทยใบ้กิน

เรื่องนี้มันน่าตั้งคำถามจริงๆ ว่าเจ้าหน้าที่รัฐหายหัวไปไหนกันหมด ทำไมชาวบ้านถึงต้องร้องเรียกหาแต่ คุณกันต์ จอมพลัง หรือ คุณเต้ อาชีวะ ให้มาช่วยแก้ปัญหา ล่าสุดเมื่อช่วงสายของวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา มีประเด็นร้อนฉ่าที่ตลาดช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ ที่ทำเอาคนไทยส่ายหน้า เพราะขนาดด่านผ่านแดนยังไม่ได้เปิดให้ข้ามไปมาแบบปกติ แต่แผงลอยในตลาดกลับเปิดขายกันพรึ่บพรั่บ แถมพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่คนไทย แต่เป็นคนกัมพูชาที่เข้ามาตีเนียนยึดพื้นที่ทำกินในบ้านเราแบบหน้าตาเฉย
ลองมาคิดเลขตามที่แม่ค้าชาวกัมพูชาคนหนึ่งอ้างดูนะ เธอค้อนหน้าบอกว่าขายเสื้อ 3 ตัว 100 บาท ขาดทุนตัวละ 25 บาท ถ้าวันนึงขายได้ 100 ตัว เท่ากับว่าขาดทุนวันละ 2,500 บาท แถมยังคุยโวอีกว่า "นั่งเครื่องบินมาขาย" ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าขนของข้ามประเทศ ทุกอย่างเป็นต้นทุนทับถมยอดขาดทุนทั้งนั้น ธุรกิจบ้าบออะไรที่ยิ่งขายยิ่งเข้าเนื้อแต่ก็ยังดันทุรังบินมาตั้งแผงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้าตัวเลขมันหลอกเด็กขนาดนี้ กำไรจริงๆ หรือสิ่งผิดกฎหมายที่ซุกซ่อนอยู่มันคืออะไรกันแน่
สภาพที่เห็นคาตาหน้าแผงทุกวันนี้คือ คนกัมพูชาเป็นเจ้าของกิจการตัวจริง แล้วจ้างคนไทยรับเศษเงินมายืนเป็นหุ่นเชิดบังหน้าให้ พอไปจี้ถามเรื่องเอกสารเข้าเมือง พวกนี้ก็ไม่มีพาสปอร์ต แถมยังกล้าพูดเย้ยกฎหมายไทยหน้าตาเฉยว่าใช้วิธี
"ใช้เงินฟาดเอา"คนพวกนี้ลักลอบเข้ามาเหยียบย่ำกฎหมายบ้านเรา เอาเงินยัดไส้เจ้าหน้าที่เพื่อกอบโกยผลประโยชน์ กลับกันตำรวจในพื้นที่ดันมาตอบหน้าซื่อตาใสว่าเป็นแค่ผู้น้อย ปล่อยๆ ไป ทำอะไรไม่ได้เลย
นี่แหละคือใบเสร็จชิ้นสำคัญ เมื่อกลไกรัฐของไทยยอมศิโรราบให้กับการทำผิดกฎหมายของคนต่างด้าว ชาวบ้านเลยหมดศรัทธา ไม่คิดจะพึ่งพาหน่วยงานราชการอีกต่อไป สภาพของด่านช่องจอมในวันนี้เลยมีสองมาตรฐานอย่างชัดเจน คือ ปิด สำหรับคนที่ทำตามกฎหมายและมีพาสปอร์ตถูกต้อง แต่กลับ เปิดอ้าซ่า ให้กับพวกกัมพูชาที่ไม่มีเอกสารอะไรเลย แค่มีเงินจ่ายส่วยก็เข้ามาเดินกร่างเปิดร้านสบายใจ สรุปแล้วด่านนี้มันปิดเพื่อคนไทย แต่เปิดให้เขมรเข้ามาตักตวงใช่ไหม