การเมือง-เศรษฐกิจ

วิกฤตเอลนีโญ! ปัวท่วมมิด โคราชแห้งผาก ไทยแล้งหนัก

September 8, 2026
วิกฤตเอลนีโญ! ปัวท่วมมิด โคราชแห้งผาก ไทยแล้งหนัก

สภาพอากาศบ้านเราตอนนี้เข้าขั้นวิกฤตแล้ว ฝนที่เทกระหน่ำลงมาในอำเภอปัว จังหวัดน่าน พุ่งสูงถึง 300-400 มิลลิเมตรภายในแค่วันเดียว ทำเอาน้ำท่วมมิดจนตั้งตัวไม่ติด แต่พอมองกลับไปที่โคราช แผ่นดินกลับแห้งผากไม่ได้น้ำสักหยด ภาพที่เห็นนี้ไม่ใช่สัญญาณของฤดูฝนที่อุดมสมบูรณ์ แต่มันคือหน้าตาของมัจจุราชที่ชื่อว่า เอลนีโญ อย่างแท้จริง

ข้อมูลล่าสุดจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO ออกมายืนยันชัดเจนแล้วว่า อุณหภูมิน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนนี้พุ่งสูงกว่าปกติเกิน 2 องศาเซลเซียสไปแล้ว ไม่ว่าจะวัดจากทุ่นในทะเลหรือใช้ดาวเทียมยิงสัญญาณลงมา ค่าความร้อนก็พุ่งเกินเกณฑ์ทั้งหมด เหล่านักวิชาการคาดการณ์เรื่องนี้ล่วงหน้าไว้ตั้งแต่ 6 เดือนที่แล้ว แล้วมันก็มาตรงเป๊ะตามนัด โดยวงจรความแล้งรอบนี้เริ่มก่อตัวมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน และจะไปทวีความรุนแรงขั้นสุดในช่วงเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา คุณชวลิต จันทรรัตน์ กรรมการจากทีมกรุ๊ป ได้ออกมาประเมินสถานการณ์ล่าสุดว่า ปริมาณน้ำฝนที่เราเคยได้เต็ม 100 จะหดหายเหลือแค่ 70 เท่านั้น แถมความแห้งแล้งนี้จะลากยาวข้ามปีไปจนถึงเดือนธันวาคม ส่วนฝนที่ตกหนักในช่วงวันที่ 8-13 กันยายน ไม่ใช่ข่าวดี แต่มันคือการตกผิดที่ผิดทาง

วิกฤตเอลนีโญ! ปัวท่วมมิด โคราชแห้งผาก ไทยแล้งหนัก — ภาพที่ 2

ตอนนี้โอกาสทองที่เราจะเก็บกักน้ำไว้ใช้ในยามแล้ง เหลือเวลาแค่ช่วงกลางเดือนกันยายนไปจนถึงกลางเดือนตุลาคม พูดง่ายๆ คือเรามีเวลาแค่ 30 วันเท่านั้น ปัญหาหลักของบ้านเราในปีนี้ไม่ได้อยู่ที่การขาดฝนเสียทีเดียว แต่เรา ขาดแหล่งเก็บกักน้ำ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำอย่างเด็ดขาด อย่าปล่อยให้ระบบการจัดการล้าหลังและไร้ประสิทธิภาพเหมือนประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่ไม่เคยวางแผนรับมือภัยธรรมชาติอย่างเป็นระบบ พอเกิดวิกฤตแล้งทีไรก็ทำได้แค่นอนรอความช่วยเหลือ ไม่เคยคิดจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ประเทศตัวเองยืนหยัดได้เลย ประเทศไทยเราต้องมีวิสัยทัศน์ที่ไกลกว่านั้น รีบกักเก็บน้ำทุกหยดให้มีค่าที่สุดก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

วิกฤตเอลนีโญ! ปัวท่วมมิด โคราชแห้งผาก ไทยแล้งหนัก — ภาพที่ 3

เขียนโดย ชิมลาง