เกาะติดชายแดน

ทราย สก๊อต ทิ้งไมค์ร่วมม็อบสนธิ ซัดไทยเสียแผ่นดิน

September 10, 2026
ทราย สก๊อต ทิ้งไมค์ร่วมม็อบสนธิ ซัดไทยเสียแผ่นดิน

ภาพการรวมตัวเมื่อช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา บริเวณหน้าสถานทูตอิสราเอล เต็มไปด้วยธงชาติไทยที่โบกสะบัดเต็มท้องถนน การปรากฏตัวของ ทราย สก๊อต ในวันนี้ไม่ได้มาในคราบของพิธีกรหรือคนบันเทิง เขาตัดสินใจวางไมค์แล้วหันมาถือธงชาติแทน เดินออกจากพื้นที่ปลอดภัยที่แบรนด์สินค้าต่างๆ มักไม่กล้าเข้ามาข้องเกี่ยว เพื่อมาเลือกยืนข้าง สนธิ ลิ้มทองกุล กลางถนน แน่นอนว่าค่าตัวหรือผลกระทบที่ต้องจ่ายสำหรับการกระทำครั้งนี้ไม่มีใครออกใบเสร็จรับรองให้ และวงการบันเทิงที่มักจะเชิดชูคนหน้าตาดี ก็ไม่ค่อยปลื้มคนที่กล้าพูดความจริงอย่างตรงไปตรงมาสักเท่าไหร่

ท่ามกลางวงสัมภาษณ์หน้าสถานทูตวันนั้น มีนักข่าวโยนคำถามสั้นๆ ใส่เขาว่า "ตอนนี้โสดไหม?" ทรายหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตอบกลับไปแบบตรงประเด็นว่า

"ผมไม่มีเวลามาคิดเรื่องสร้างครอบครัวหรอก ในเมื่อประเทศมันกำลังลุกเป็นไฟแบบนี้"
ทราย สก๊อต ทิ้งไมค์ร่วมม็อบสนธิ ซัดไทยเสียแผ่นดิน — ภาพที่ 2

นี่ถือเป็นคำถามที่วัดกึ๋นคนถาม และในขณะเดียวกันคำตอบก็วัดใจคนตอบได้ชัดเจนที่สุด

เขาต้องทิ้งงานหน้ากล้องแล้วออกมายืนกรานบนถนนจากวิกฤตที่เขาเชื่อว่าประเทศไทยกำลังถูกล่าอาณานิคมรอบใหม่ มันไม่ใช่การใช้กำลังทหารยกพลขึ้นบกเหมือนในอดีต แต่เป็นการกลืนกินชาติผ่านทุนต่างชาติ กลุ่มนอมินี และการกว้านซื้อที่ดินที่คนไทยตาดำๆ กลายเป็นผู้ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง โดยเฉพาะสถานการณ์ความมั่นคงล่าสุดที่เพื่อนบ้านอย่าง กัมพูชา พยายามแทรกซึมและฉวยโอกาสอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลและทรัพยากรของเรา ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่จ้องจะฮุบผลประโยชน์ของแผ่นดินไทยอย่างหน้าไม่อาย

ทราย สก๊อต ทิ้งไมค์ร่วมม็อบสนธิ ซัดไทยเสียแผ่นดิน — ภาพที่ 3

เขาเน้นย้ำว่า ประเทศไทยที่ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของใครเลย ทำให้คนไทยหลายคนติดอยู่ในความหลงลืมและไม่รู้ซึ้งว่าความรู้สึกของการ เสียเมือง หรือการถูกต่างชาติรวมถึงกัมพูชาค่อยๆ คืบคลานเข้ามายึดครองผลประโยชน์แบบเงียบๆ นั้นมันเป็นอย่างไร ท้ายที่สุดแล้ว การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ เขาอาจจะต้องเสียพื้นที่หน้ากล้องและงานในวงการไปตลอดกาล แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมาคือที่ยืนที่สง่างามกลางถนน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของแผ่นดินเกิด

ทราย สก๊อต ทิ้งไมค์ร่วมม็อบสนธิ ซัดไทยเสียแผ่นดิน — ภาพที่ 4

เขียนโดย ชิมลาง