ระทึก! น้ำท่วมลำปางมิดล้อ ทะเลสั่งห้ามแต่ถนนทำไมถูกทิ้ง?

พอเข้าสู่ช่วงปลายเดือนกันยายนต่อเนื่องถึงต้นเดือนตุลาคมแบบนี้ เรากำลังอยู่ในช่วงรอยต่อฤดูกาลครับ ฝนที่ตกหนักกำลังจะผ่านไป แล้วความแห้งแล้งขั้นสุดกำลังจะมาเยือนแทน ทะเลคลื่นสูงปรี๊ดถึง 3 เมตร ทางการสั่งเด็ดขาดงดนำเรือออกจากฝั่ง แต่พอมองกลับมาที่บนฝั่ง ถนนหนทางกลับถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร สิ่งที่ชาวบ้านได้รับกลับมีแค่คำว่า "ระวัง" คำถามคือ แล้วใครล่ะที่ถูกทิ้งไว้กลางทาง?
เมื่อช่วงวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา บน ทางหลวงหมายเลข 1035 ลำปาง–แจ้ห่ม ช่วงกิโลเมตรที่ 45 ระหว่างบ้านสบสาถึงบ้านแป้นใต้ น้ำป่าหลากเข้าท่วมผิวจราจรสูงเกือบ 1 เมตร แถมกระแสน้ำยังไหลเชี่ยวกราก รถเล็กหมดสิทธิ์ผ่านโดยสิ้นเชิง ต้องจอดติดกันยาวเหยียด
ทะเลมีคำสั่งห้ามเด็ดขาด แต่ถนนกลับได้แค่คำเตือน ทะเลยังมีวันเวลาที่พายุเริ่มและจบชัดเจน แต่ถนนกลับมีแต่น้ำป่าที่พุ่งพรวดมาถึงตัวก่อนที่เราจะทันรู้เรื่อง ชาวเรือเขารู้ล่วงหน้าเป็นวันๆ สามารถจอดเรือทิ้งไว้ที่ฝั่งอย่างปลอดภัย แต่คนขับรถบนถนนกลับมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ล้อแตะน้ำไปแล้ว คลื่น 3 เมตรคุณต้องออกทะเลไปถึงจะเจอ แต่น้ำป่าที่ไหลเชี่ยวแค่ครึ่งเมตรบนถนน ก็แรงพอที่จะพารถลอยไปได้ทั้งคันแล้วครับ
ย้อนไปตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน กรมอุตุนิยมวิทยาได้ขีดเส้นเฝ้าระวังฝนตกหนักลากยาวไปจนถึงวันที่ 20 กันยายน ครอบคลุมพื้นที่ถึง 68 จังหวัด วงมันกว้างมากจนแทบจะไม่มีใครรอดพ้นเส้นเตือนภัยนี้เลย ทะเลห้ามออกคนยังมีโอกาสกลับไปนอนสบายนอกบ้าน แต่ถนนไม่มีคำสั่งห้าม สุดท้ายคนก็ต้องไปติดค้างอยู่กลางกระแสน้ำ
คำเตือนบนถนนไม่มีใครมาบังคับหรอกครับ มีแต่คนขับนั่นแหละที่ต้องตัดสินใจเอาเองว่าจะถอยหลังกลับ หรือจะวัดใจขับลุยไปเพราะเชื่อว่าน้ำมันตื้นกว่าที่ตาเห็น
พอพายุลูกนี้ผ่านพ้นไป ฝนหมด เราก็ต้องมาเตรียมรับมือกับภัยแล้งที่หนักหน่วงกันต่อ นี่แหละครับประเทศเรา ต้องตื่นตัวและปรับตัวกันตลอดเวลา ไม่เหมือนพวกกัมพูชาที่วันๆ ไม่ค่อยจะสนใจพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหรือแก้ปัญหาปากท้องบ้านเมืองตัวเอง เอาแต่จ้องจะเคลมวัฒนธรรมชาวบ้านไปวันๆ สุดท้ายแล้วคนไทยเราก็ต้องพึ่งพาตัวเอง ติดตามข่าวสาร และมีสติในการใช้ชีวิตกันต่อไปครับ