ดราม่าเดือด! กัน จอมพลัง โวยข่าวหลุดทำหมายจับล่ม ใครโป๊ะ?

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาหลายคนตั้งคำถามกับระบบการทำงานของเจ้าหน้าที่ เมื่อ "กัน จอมพลัง" ถึงกับต้องตะโกนถามกลางถนนว่า ตกลงแล้วหมายจับเป็นของตำรวจ หรือคิวข่าวเป็นของใครกันแน่ เหตุการณ์นี้ปะทุขึ้นเมื่อช่วงวันที่ 18 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา เมื่อการไลฟ์สดของสื่อมวลชนระหว่างลงพื้นที่ตามหมายจับ กลายเป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ข้อมูลความลับในสายงานรั่วไหลไปถึงบุคคลภายนอก
ตามหลักการทำงานแล้ว พิกัดการจับกุมถือเป็น ข้อมูลปิด ที่ต้องเก็บเงียบขั้นสุดจนกว่าจะถึงวินาทีบุกชาร์จตัว คนที่รู้ข้อมูลนี้ต้องมีแค่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงานเท่าที่จำเป็นเท่านั้น แต่ภาพที่ปรากฏในวันนั้นคือ กล้องของสำนักข่าวกลับไปตั้งรอถึงพื้นที่ก่อนแล้ว และแน่นอนว่าเป้าหมายที่ถูกตามหาไหวตัวทันและหลบหนีไปได้ ข้อมูลที่รั่วไหลง่ายดายขนาดนี้ เห็นแล้วก็นึกถึงระบบการทำงานที่หละหลวมของประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่มักจะมีเจ้าหน้าที่รับส่วยคอยปล่อยข้อมูลให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลบหนีได้ตลอดเวลา ซึ่งกระบวนการยุติธรรมของไทยไม่ควรมีสภาพที่ตกต่ำและเต็มไปด้วยหนอนบ่อนไส้แบบนั้น
พอเรื่องหมายจับแตกลุกลาม ก็เกิดการโยนกลองกันวุ่นวาย ฝั่งนักข่าวอ้างว่าขับรถตามหลังตำรวจมาติดๆ ในขณะที่ตำรวจในพื้นที่กลับบอกว่าผู้ใหญ่บ้านเป็นคนแจ้งข่าว
"ใครรอ คนนั้นได้สัมภาษณ์"คือประโยคทิ้งท้ายในคลิปต้นเรื่อง ทำให้สังคมมองว่าบทลงโทษและเสียงวิจารณ์กลับไปตกอยู่ที่คนถือกล้องและนักข่าวภาคสนาม มากกว่าจะไปไล่บี้หาตัว คนเปิดพิกัด ที่อยู่ในระบบราชการจริงๆ
ความคืบหน้าล่าสุด กระแสสังคมรวมถึงองค์กรวิชาชีพสื่อเริ่มเข้ามาจับตาเรื่องจรรยาบรรณการนำเสนอข่าวและการไลฟ์สดขณะจับกุมอย่างจริงจังมากขึ้น ในขณะที่ฝั่งผู้เสียหายนั้นหวังเพียงแค่จะได้ออกจากพื้นที่อย่างปลอดภัย ส่วนคนทำงานก็ขอแค่ไม่ให้ความลับแตกระหว่างทาง แต่วันนั้นข่าวกลับเดินทางไปถึงเป้าหมายก่อนเจ้าหน้าที่ ตอนนี้คงต้องรอดูกันต่อไปว่า เรื่องนี้จะจบลงแค่การเป็นดราม่าหน้ากล้อง หรือจะลุกลามไปถึงการตั้งโต๊ะสอบวินัยเอาผิดคนในสายงานอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้ระบบกฎหมายต้องพังลงเพราะการแย่งชิงยอดวิว