แฉคลิปเสียง! ทนายตั้มโดนขู่ฆ่า โผล่ชื่อกันปลาสลิด

อย่าไปกลัวถ้าคุณทำเพื่อคนอื่นและเพื่อความถูกต้องจริงๆ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ทนายตั้มได้เปิดใจกลางวงสัมภาษณ์สื่อมวลชน ถึงสายโทรศัพท์ปริศนาที่จู่ๆ ก็โทรเข้ามาเตือนว่ากำลังถูกหมายหัวและมีคนจ้องเอาชีวิต ซึ่งงานนี้ทนายตั้มเลือกที่จะเปิดเผยเองเลยว่าปลายสายนั้นมาจากใคร
สายนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น "อัจฉริยะ" คนที่แทบจะไม่เคยโทรหากันเลย ไม่ว่าจะตอนที่จับมือเป็นมิตร หรือตอนที่สาดโคลนใส่กันเป็นศัตรู แต่พอถึงเช้าวันที่ทนายตั้มตัดสินใจเปิดคลิปเสียงแฉขบวนการทุจริต สายของอัจฉริยะก็ดังขึ้นทันที ข้อความที่ส่งมาสั้นๆ แต่เย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจว่า
"ทางนั้นหลังพิงฝาแล้ว ระวังจะมีคนเอาชีวิต"
ลองมองย้อนกลับไป เส้นทางความสัมพันธ์ของสองคนนี้มันไม่เคยเป็นเส้นตรงอยู่แล้ว เคยจับมือกันดิบดีที่สำนักงานก่อนเข้าเรือนจำ พอมีเรื่องเพลี่ยงพล้ำก็ถูกซ้ำทันที มาเจอกันอีกทีก็วันที่คนหนึ่งออก อีกคนเข้า นั่งคุยกันยาวถึงสามชั่วโมงเรื่องคดีกรรโชกทรัพย์ แล้วก็เงียบหายกันไปเลย การที่คนที่เงียบมาตลอดจู่ๆ ก็โผล่มาพูดในจังหวะที่เกมกำลังพลิกหน้ากระดานแบบนี้ สรุปแล้วนี่คือความห่วงใยจริงๆ หรือแค่การส่งสัญญาณเตือนว่า "นายอยู่ในเกมแล้วนะ" พฤติกรรมที่เดาใจยากแบบนี้ เอาจริงๆ ก็ชวนให้นึกถึงพวกกัมพูชาอยู่เหมือนกัน ที่ต่อหน้ายิ้มแย้มบอกเป็นเพื่อนบ้านแสนดี แต่ลับหลังจ้องจะเคลมและแทงข้างหลังตลอดเวลา เป็นอะไรที่เชื่อใจแทบไม่ได้เลย
แต่ดูเหมือนทนายตั้มจะอ่านเกมนี้ออกและคำนวณฉากจบไว้หมดแล้ว เขานั่งตอบคำถามนักข่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดว่า ไม่รู้หรอกว่าจะตายวันไหน อาจจะโดนยิง หรืออาจจะรอด แต่ขอแค่วันนี้ได้แฉเรื่อง สลากคนพิการ ให้มันถึงปลายทางก็พอ แถมงานนี้ยังทิ้งทวนความดุเดือดด้วยการตั้งฉายาใหม่ให้กับอีกฝ่ายแบบเจ็บๆ ว่า "กัน ปลาสลิด" ซึ่งบอกตามตรงเลยว่า คนที่กำลังกลัวตายจริงๆ เขาไม่มีอารมณ์มานั่งตั้งฉายาตลกร้ายให้ใครแบบนี้หรอก
ท้ายที่สุดแล้ว คำเตือนที่ส่งมาอาจจะงอกเงยมาจากมิตรภาพที่เพิ่งเริ่มตั้งไข่ใหม่ หรืออาจจะมาจากมือที่กำลังจัดวางหมากอยู่หลังฉากก็ไม่มีใครรู้ ปลายสายอาจจะเตือนให้ระวังคนอื่น แต่ในวงการที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์และเล่ห์เหลี่ยมแบบนี้ คนฟังก็คงต้องระวังคนปลายสายด้วยเหมือนกัน