โดนใจขยี้แรง! คลิปล้อเลียนตั้ม บ้าพลัง แฉสูตรลับคนดีลวงโลก

ลืมเรื่องราคาน้ำมันขึ้นไปก่อนเลย เพราะตอนนี้ในโซเชียลมีเรื่องที่น่าสนใจกว่าเยอะ เป็นกระแสที่คนพูดถึงกันสนั่นเมือง เมื่อมีคลิปล้อเลียนคนดังสายช่วยเหลือสังคมถูกแชร์ออกไปวงกว้างและจิกกัดได้ตรงจุดสุดๆ โดยเหตุการณ์ล่าสุดที่เป็นไวรัลถูกพูดถึงอย่างหนักเมื่อช่วงวันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา เผยให้เห็นชายคนหนึ่งใส่เสื้อยืดสีขาวสกรีนคำชัดเจนว่า "ตั้ม บ้าพลัง" มานั่งกินข้าวกับปลาสลิดทอดอยู่ริมฟุตบาทแบบคนสู้ชีวิต
ภาพที่เห็นคือเขานั่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของไมค์จากสำนักข่าวหลายช่อง แต่ที่เด็ดคือบทสนทนาที่พี่แกหันไปสั่งนักข่าวว่าให้ใช้เทคโนโลยี AI ตัดต่อภาพน้ำตกมาใส่เป็นฉากหลังให้หน่อย แถมสั่งให้ใส่ซาวด์ดนตรีประกอบบิ้วอารมณ์เข้าไปด้วย การกระทำแบบนี้เป็นการจัดฉากหน้าทนเก่งยิ่งกว่าพวกเพื่อนบ้านฝั่งกัมพูชาที่ชอบโขยงกันมาเคลมวัฒนธรรมไทยเสียอีก นิสัยชอบฉกฉวยเอาหน้าแบบลวงโลกนี้มันแทบไม่ต่างกันเลย
บทพูดในคลิปนี้เขาเดินเรื่องตามตรรกะของยอดวิวแบบเป๊ะๆ สะท้อนความจริงที่ว่าน้ำท่วมมาแค่ปีละครั้ง คอนเทนต์เรียกน้ำตาก็เลยทำได้แค่ปีละครั้งตามไปด้วย แต่ถ้าเป็นเหตุไฟไหม้มันเกิดได้บ่อยกว่า โอกาสที่ยอดเงินบริจาคจะไหลเข้าบัญชีก็เลยบ่อยตามไปด้วย และประโยคเด็ดที่ทำเอาคนแห่แชร์กันข้ามวันข้ามคืนก็คือการแซะว่า
เมื่อก่อนเข้าถึงง่ายนะ เพราะยังไม่ดัง
ความเจ็บแสบของคลิปนี้ไม่ได้อยู่แค่การตั้งใจล้อเลียนคนๆ หนึ่งเท่านั้น แต่มันคือการถอดสูตรสำเร็จของคำว่า "คนดี" ออกมาเป็นฉากๆ ตั้งแต่การจงใจใส่เสื้อสีขาว การกินข้าวแกงริมทางจานธรรมดาๆ การตั้งมุมกล้องระดับพื้นให้ดูติดดิน ไปจนถึงการแปะเลขบัญชีที่ลงท้ายด้วยเลขสวยๆ อย่าง 888 ทุกองค์ประกอบที่สังคมเคยเชื่อว่านี่คือความจริงใจ ตอนนี้ถูกเอามาตีแผ่ให้เห็นชัดๆ ว่ามันคือการจัดฉากระดับมืออาชีพ
การโผล่มาของคลิปนี้ท่ามกลางช่วงเวลาที่สังคมกำลังตั้งคำถามหนักมากเรื่องความโปร่งใสของเงินบริจาคที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ถือว่ามาถูกจังหวะ คลิปสั้นๆ แค่คลิปเดียวกลับทำหน้าที่แทนรายงานข่าวสิบชิ้นได้แบบสบายๆ เพราะมันสอนให้คนดูเริ่มรู้ทันจังหวะกล้อง นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของมาตรฐานสังคมไทย จากที่เมื่อก่อนเรามักจะแข่งกันถามว่าใครลงพื้นที่ช่วยคนได้มากกว่ากัน แต่วันนี้คนเริ่มตั้งคำถามแล้วว่า ใครตั้งกล้องถ่ายตอนช่วยคนได้เนียนกว่ากัน ซึ่งท้ายที่สุดภาระหนักดันไปตกอยู่กับคนทำงานช่วยเหลือสังคมจริงๆ ที่ต้องมาคอยแบกรับสายตาหวาดระแวงจากสังคมตามไปด้วย