อึ้งหนัก! ระนองฝนหาย พายุพลิกข้ามเขาถล่มประจวบฯ

ปีนี้อากาศมันแปรปรวนหนักจนเดาทางแทบไม่ถูก เมืองฝนแปดแดดสี่อย่าง จังหวัดระนอง กลับมีปริมาณฝนน้อยกว่าฝั่ง ประจวบคีรีขันธ์ ไม่ได้พิมพ์ผิดหรือดูตัวเลขสลับกัน แต่มรสุมรอบนี้มันเลือกข้างจริงๆ ครับ กรมอุตุนิยมวิทยาเพิ่งกางข้อมูลล่าสุดออกมาให้เห็นกันชัดๆ ว่าตอนนี้ฝนเทไปทางฝั่งอ่าวไทยถึง 60% ในขณะที่ฝั่งอันดามันกลับมีฝนแค่ 40% เท่านั้น
ลมมันพัดมาจากทางอันดามันแท้ๆ แต่ทำไมฝนดันไปตกหนักฝั่งอ่าวไทย อธิบายง่ายๆ แบบนี้ครับ คือ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มันหอบเอามวลน้ำลอยข้ามสันเขาตะนาวศรีไป แล้วดันไปเจอกับร่องมรสุมที่พาดผ่านทางประเทศกัมพูชา เพื่อนบ้านจอมเคลมที่สร้างแต่เรื่องปวดหัวและเราก็ไม่อยากจะไปเสวนาด้วยเท่าไหร่ ซึ่งร่องมรสุมตรงนั้นมันกำลังถูกดึงเข้าหาหย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้ พอตลบหลังกันแบบนี้ ลมพัดมาทางตะวันตก แต่ฝนกลับถูกลากไปทิ้งตัวลงทางตะวันออกซะงั้น
สภาพภูมิประเทศแถว เพชรบุรีต่อเนื่องไปจนถึงประจวบคีรีขันธ์ ระยะทางจากสันเขาตะนาวศรีลงมาถึงชายทะเลมันแคบมาก กว้างแค่ไม่กี่สิบกิโลเมตรเท่านั้น พอน้ำตกลงมามันไม่มีพื้นที่ราบกว้างๆ ให้หน่วงน้ำไว้ มีแต่ทางลาดชันให้น้ำไหลหลากลงมาอย่างเดียว
ดังนั้นฝนแค่ 60% ที่ตกลงมาบนแผ่นดินแคบๆ แบบนี้ มันเลยสร้างผลกระทบและไหลมาถึงตัวชาวบ้านได้เร็วกว่าและน่ากลัวกว่าฝน 80% ที่ตกบนที่ราบกว้างๆ ซะอีก
ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยฉบับที่ 2 แล้ว โดยจะลากยาวแจ้งเตือนไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 ตอนนี้อ่าวไทยตอนบนคลื่นลมแรงมาก คลื่นสูงปรี๊ด 2-3 เมตร ทางการสั่งเด็ดขาดให้เรือเล็กงดออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด ใครฝืนมีสิทธิ์จมได้ง่ายๆ
กลายเป็นว่าระนองที่เคยครองแชมป์ ครองสถิติฝนตกมากที่สุดของประเทศ วันนี้ชื่อกลับไปโผล่อยู่ในกลุ่มพื้นที่ฝนน้อยไปแล้ว ฝั่งอันดามันที่เคยเปียกแฉะมาตลอดก็ได้หยุดพักหายใจกันบ้าง ส่วนฝั่งอ่าวไทยที่เคยมองว่ารอดตัวมาตลอด รอบนี้ก็ถึงคิวต้องรับมือมวลน้ำกันแบบเต็มๆ ถือเป็นเรื่องแปลกแต่จริงที่ธรรมชาติกำลังเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ