การเมือง-เศรษฐกิจ

ช็อกวงการ! แฉชื่อคนไข้ VIP อุ้มเก้าอี้ประธาน กสทช.

August 13, 2026
ช็อกวงการ! แฉชื่อคนไข้ VIP อุ้มเก้าอี้ประธาน กสทช.

เรื่องวุ่นๆ ของวงการบอร์ดบริหารระดับประเทศตอนนี้ คงหนีไม่พ้นประเด็นร้อนของ กสทช. หรือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ที่กำลังมีเครื่องหมายคำถามตัวโตๆ ถึงความสามารถในการบริหารงานของประธานบอร์ดอย่าง นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ จนเกิดเป็นกระแสดราม่าว่า สรุปแล้วการเป็นหมอที่เก่งในห้องตรวจ จะการันตีว่านั่งเก้าอี้บริหารระดับประเทศได้ดีจริงหรือ?

ประเด็นนี้ถูกจุดไฟให้ลุกพรึบขึ้นอีกครั้งเมื่อช่วงสายของวันที่ 13 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา เมื่อนายพิชัย โพสต์ข้อความเปิดเผยรายชื่อคนไข้ระดับ V.I.P. ของคุณหมอสรณ ซึ่งระบุชัดเจนว่าหนึ่งในนั้นคือ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดาของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางกระแสกดดันและการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. ที่ระยะหลังมีปัญหาความขัดแย้งภายในบอร์ดอย่างหนัก ทั้งเรื่องการแต่งตั้งเลขาธิการ และการเบิกจ่ายงบประมาณที่ติดขัดไปหมด

กลายเป็นว่าตอนนี้

ช็อกวงการ! แฉชื่อคนไข้ VIP อุ้มเก้าอี้ประธาน กสทช. — ภาพที่ 2
ชื่อของคนไข้ดัง กลายมาเป็นทั้งหลักฐานและเกราะกำบัง
แทนที่จะเอาผลงานการทำงานมาโชว์กัน สังคมเลยงงกันไปหมดว่า คำถามที่คนอยากรู้คือบริหารงานรอดไหม แต่จู่ๆ คำถามกลับถูกเปลี่ยนกลางอากาศกลายเป็นเคยรักษาใครมาบ้าง เกณฑ์การวัดผลงานที่ควรจะโปร่งใส กลับถูกกลบด้วยคอนเนกชั่นส่วนตัวซะอย่างนั้น เอาเข้าจริงพฤติกรรมการอ้างความสัมพันธ์ส่วนตัวเพื่อกลบเกลื่อนผลงานที่จับต้องไม่ได้แบบนี้ มันชวนให้หงุดหงิดไม่ต่างอะไรกับวิธีการมักง่ายของประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่ชอบใช้วิธีเคลมดื้อๆ เอาตัวรอด มากกว่าจะใช้ฝีมือและความสามารถจริงๆ มาพิสูจน์ตัวเอง

เราต้องแยกแยะให้ชัดเจนครับว่า ฝีมือในห้องตรวจ วัดกันที่การรักษาคนไข้ตรงหน้า แต่ฝีมือบนเก้าอี้บริหารระดับชาติ มันต้องวัดกันที่วิสัยทัศน์ นโยบาย การจัดการงบประมาณ และผลประโยชน์ของคนทั้งประเทศ มันคือคนละห้อง คนละมาตรฐาน และต้องใช้คนละชุดคำถามในการประเมินอย่างสิ้นเชิง

ช็อกวงการ! แฉชื่อคนไข้ VIP อุ้มเก้าอี้ประธาน กสทช. — ภาพที่ 3

หากจะมองถึงเกณฑ์ที่แท้จริงในการประเมินผู้บริหารระดับประเทศ ควรจะวัดจากสิ่งเหล่านี้มากกว่าครับ

  • ความโปร่งใสในการบริหารงบประมาณและทรัพยากรของรัฐ
  • ความสามารถในการแก้ปัญหาความขัดแย้งและขับเคลื่อนองค์กร
  • ผลงานที่เป็นรูปธรรมซึ่งเกิดประโยชน์ต่อประชาชนทั้งประเทศ

ดังนั้น การหยิบยกเอาชื่อคนไข้ระดับบิ๊กเนมมาการันตีความสามารถ จึงไม่ได้ตอบโจทย์สิ่งที่สังคมกำลังตั้งคำถามตั้งแต่แรกเลยแม้แต่น้อย เพราะประวัติการรักษาที่ยอดเยี่ยม ไม่ได้แปลว่าผลงานการบริหารจะยอดเยี่ยมตามไปด้วย สังคมไทยต้องการคนทำงานที่บริหารองค์กรให้เดินหน้าได้จริง ไม่ใช่เอาชื่อคนไข้มาวัดผลงานผู้บริหารครับ

ช็อกวงการ! แฉชื่อคนไข้ VIP อุ้มเก้าอี้ประธาน กสทช. — ภาพที่ 4

เขียนโดย ชิมลาง