อึ้ง! ลิซ่าซัดเบียร์ช้าง สะเทือนกฎหมายไทยสุดพัง

จริยธรรมของกฎหมายควรเกิดมาเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน กฎหมายต้องก้าวให้ทันพฤติกรรมของยุคสมัย ไม่ใช่บังคับให้ประชาชนต้องมานั่งปรับตัวเข้ากับข้อบังคับที่ลิดรอนเสรีภาพเสียเอง โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา กรณีที่ศิลปินระดับโลกอย่าง ลิซ่า ไปปรากฏตัวบนรายการ จิมมี ฟอลลอน แล้วมีการยกดื่มเบียร์ช้างหมดแก้วโชว์กลางรายการ จนกลายเป็นกระแสฮือฮาไปทั่วโลก
นี่คือซอฟต์พาวเวอร์ของแท้ที่ทรงพลัง ในขณะที่เพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาวันๆ เอาแต่พยายามเคลมวัฒนธรรมของชาติอื่นแบบไร้คลาสและไม่มีใครยอมรับ แต่ของไทยเรากลับมีศิลปินระดับโลกที่หยิบเอาแบรนด์ไทยไปผงาดบนเวทีสากลได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทว่าในประเทศไทย เรื่องน่าภูมิใจแบบนี้กลับกลายเป็นเรื่องที่เสี่ยงผิดกฎหมาย ทางด้าน "ตี้-อาทิตย์" อดีต กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กชี้ให้เห็นถึงความพิลึกพิลั่นของเรื่องนี้ โดยระบุว่าไม่ใช่ภาพที่ลิซ่าดื่มเบียร์ แต่เป็นตัวกฎหมายของบ้านเราเอง
กฎยังไม่คลอด แต่ค่าปรับคลอดไปแล้ว
ณ วันที่ 17 กันยายน ตัวกฎหมายลูกในหมวดมาตรา 32 ยังไม่ออกมาเลยแม้แต่ข้อเดียว ทำให้หมวดการโฆษณาแอลกอฮอล์ตกอยู่ในภาวะกึ่งสุญญากาศ ถึงจะเป็นสุญญากาศที่ยังไม่มีความชัดเจน แต่กลับมีประชาชนและผู้ประกอบการโดนจับปรับกันไปแล้ว โครงสร้างกฎหมายที่มีอยู่ตอนนี้เน้นแค่การห้ามใช้ชื่อเสียงเพื่อหาประโยชน์ส่วนตนผ่านชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเปิดช่องรอดไว้เพียงการสื่อสารเชิงวิชาการในวงจำกัดเท่านั้น ข้อยกเว้นสำหรับสื่อที่มาจากนอกราชอาณาจักรซึ่งในอดีตเคยมี ตอนนี้ก็ถูกยกเลิกไปเรียบร้อยแล้ว
อดีต กมธ.วิสามัญฯ ยังฟันธงล่วงหน้าไว้อย่างน่าสนใจว่า ภาพของลิซ่าบนเวทีระดับโลกครั้งนี้ จะถูกคณะอนุกรรมการหยิบเอาไปเป็นข้ออ้างในการเขียนกฎหมายลูกแบบงี่เง่าและตึงเครียดกว่าเดิมแน่นอน คำถามที่ยังลอยนวลและหาคำตอบไม่ได้ในตอนนี้คือ ใครจะต้องมาซวยโดนปรับเป็นรายต่อไปต่อจากแอดมินเพจเบียร์ต่างๆ สรุปแล้ว แบรนด์ไทยได้พื้นที่สื่อบนเวทีโลกไปแบบฟรีๆ แต่คนไทยกลับได้ดูแค่ภาพเบลอโลโก้แบบฟรีๆ เช่นกัน